อิสราเอลยังคงเปิดการโจมตีใส่อิหร่านระลอกใหม่ในวันนี้ (20 มี.ค.) หนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับรัฐยิวว่าอย่าได้เล่นงานโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติของอิหร่านอีก เพราะทำให้สงครามที่สหรัฐฯ-อิสราเอลกระทำกับอิหร่านยกระดับบานปลายขยายตัวอย่างน่าหวาดหวั่น
การสู้รบขัดแย้งคราวนี้ได้สังหารผลาญชีวิตผู้คนไปหลายพันคน ส่วนใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในอิหร่าน แล้วยังแผ่ลามไปยังพวกชาติเพื่อนบ้านอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย อีกทั้งกระหน่ำใส่เศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯกับอิสราเอลเปิดฉากการโจมตีในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยอ้างว่าการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านประสบความล้มเหลวไม่สามารถทำข้อตกลงกันได้ ท่ามกลางความสงสัยข้องใจของนานาชาติว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตั้งใจอยู่ก่อนแล้วที่จะเล่นงานระบอบปกครองสาธารณรัฐอิสลาม ตามการชักชวนเกลี้ยกล่อมของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
โฆษกของกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ IDF ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือกองทัพอิสราเอล แถลงในตอนเช้าวันนี้ว่า กองทัพรัฐยิวเพิ่งเริ่มต้นระลอกการโจมตีใส่สิ่งที่โฆษกผู้นี้เรียกว่า “โครงสร้างพื้นฐานของระบอบปกครองก่อการร้ายแห่งอิหร่านในบริเวณใจกลางของเตหะราน” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ
ทางด้าน บาห์เรน, คูเวต, และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ก็แถลงว่า พวกเขากำลังรับมือกับการโจมตีจากขีปนาวุธตั้งแต่ช่วงก่อนรุ่งสางของวันศุกร์ (20) เช่นเดียวกัน หลังจากที่อิหร่านได้เล่นงานใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคนี้มาหลายวันแล้ว ซึ่งทำให้ตลาดทั่วโลกปั่นป่วนวุ่นวาย
ราคาพลังงานพุ่งขึ้นอย่างแรงในวันพฤหัสบดี (19) หลังจากอิหร่านตอบโต้การที่อิสราเอลโจมตีใส่แหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งสำคัญของตน ด้วยการเล่นงานใส่ “นครอุตสาหกรรมลาส ลัฟฟัน” ของกาตาร์ ซึ่งเป็นสถานที่ดำเนินกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติและทำให้เป็นของเหลวเพื่อสะดวกสำหรับการขนส่งทางเรือ หรือที่เรียกว่าก๊าซ LNG ถึงราวๆ 1 ใน 5 ของโลก สร้างความเสียหายที่คาดกันว่าอาจต้องใช้เวลาซ่อมแซมกันเป็นแรมปี
ไม่เพียงเท่านั้น ท่าเรือแห่งหลักของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ซึ่งราชอาณาจักรแห่งนี้สามารถใช้เป็นช่องทางเบี่ยงเพื่อการส่งออกบางส่วน เป็นการหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกอิหร่านปิดกั้นอยู่ ก็ตกเป็นเป้าหมายถูกโจมตีเช่นกันในวันพฤหัสฯ
แต่ราคาน้ำมันได้กลับหล่นลงบ้างในวันศุกร์ ขณะที่พวกชาติยุโรปชั้นนำและญี่ปุ่น ออกคำแถลงร่วมเสนอตัวเข้าช่วยเหลือรับประกันให้เรือต่างๆ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ในเวลาใกล้เคียงกัน สหรัฐฯก็ประกาศความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะทำให้มีผลผลิตน้ำมันออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น
การที่อิหร่านยังคงโจมตีใส่สถานที่ทางด้านพลังงานในภูมิภาคนี้ได้ต่อไป เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความสามารถของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ ในการก่อความเสียหายอันหนักหน่วงได้อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโต้การรณรงค์ของสหรัฐฯ-อิสราเอล รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงความจำกัดของระบบป้องกันภัยทางอากาศในการพิทักษ์คุ้มครองทรัพย์สินด้านพลังงานที่ทรงความสำคัญทางยุทธศาสตร์และมีมูลค่าสูงที่สุดของอ่าวเปอร์เซีย
ทรัมป์ ซึ่งมีจุดอ่อนทางการเมืองจากการที่ราคาน้ำมันกำลังกระโจนพรวดจนสร้างความไม่พอใจต่อผู้ออกเสียงชาวอเมริกัน แม้กระทั่งในหมู่พวกที่เป็นแกนกลางฐานเสียงของเขา ในขณะที่การเลือกตั้งมิดเทอมของสหรัฐฯในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้กำลังขยับใกล้เข้ามา ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวใส่พวกชาติพันธมิตรโดยเฉพาะในยุโรป ที่แสดงท่าทีตอบสนองอย่างระมัดระวังตัวต่อเสียงเรียกร้องของเขาซึ่งให้มาช่วยเหลือส่งเรือรบคุ้มกันเรือพาณิชย์ในการแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันถึงราวๆ 1 ใน 5 ของโลก
เขากล่าวในวันพฤหัสฯ ว่า ได้บอกกับนายกฯเนทันยาฮูของอิสราเอลแล้วว่า อย่าได้โจมตีพวกโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอีก
“ผมบอกเขาว่า ‘อย่าทำอย่างนั้น’ และเขาก็จะไม่ทำอย่างนั้นแล้ว” ทรัมป์กล่าวกับพวกผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว
ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เขาไม่ได้กำลังส่งกองทหารภาคพื้นดินของสหรัฐฯเข้าสู่อิหร่าน โดยบอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่า “ถ้าผมจะทำอย่างนั้น แน่นอนว่าผมจะไม่บอกพวกคุณหรอก แต่ผมไม่ได้กำลังจะเอาทหารเข้าไปหรอก”
เนทันยาฮู ได้ออกแถลงในเวลาต่อมาว่า อิสราเอลกระทำโดยลำพังในการโจมตีทิ้งระเบิดใส่แหล่งก๊าซ “เซาท์ ปารส์” (South Pars) ของอิหร่าน รวมทั้งยืนยันด้วยว่า ทรัมป์ได้ขอร้องอิสราเอลให้ระงับอย่าได้ทำการโจมตีเช่นนั้นอีก
นายกฯรัฐยิวอ้างด้วยว่า อิหร่านกำลัง “ถูกทำลายล้าง” และไม่มีขีดความสามารถในการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม หรือผลิตขีปนาวุธทิ้งตัวได้อีกแล้ว แต่การที่จะเกิดการปฏิวัติลุกฮือขึ้นมาในอิหร่านได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมี “ส่วนประกอบทางภาคพื้นดิน” ด้วย โดยเขาไม่ได้แจกแจงรายละเอียด
น้ำมันดิบโลกราคาดิ่งลง
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงมากว่า 2% ในวันศุกร์ (20 มี.ค.) หลังจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงเร็วกว่าที่ผู้คนจำนวนมากหวั่นกลัวกัน
นอกจากนั้น พวกเทรดเดอร์ยังยินดีที่จะรับฟังคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่กล่าวว่ากองทหารอิสราเอลจะไม่โจมตีเป้าหมายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเพิ่มเติมแล้ว
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบหลักๆ ของโลกทั้ง 2 ตัวต่างมีราคาร่วงลง ถึงแม้ “เบรนท์” ยังคงอยู่ที่ราวๆ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ “เวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต” อยู่แถวๆ 93 ดอลลาร์
เมื่อวันพฤหัสบดี (19) เบรนท์กระโจนพรวดขึ้นไปเกือบ 6% จนช่วงหนึ่งทะลุหลัก 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนถอยลงมาอยู่ที่ราวๆ 109 ดอลลาร์
ด้านราคาทองคำและเงินก็หดลงมากว่า 6% และ 13% ตามลำดับ ขณะที่ความหวาดกลัวเรื่องอัตราเงินเฟ้อกำลังขึ้นสูง กำลังเป็นตัวตัดลดความคาดหวังว่าจะได้เห็นการลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงใกล้ๆ นี้
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี/MGRonline)