xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯกกท.แจ้งจับ"สมาคมฮ็อกกี้น้ำแข็ง" ทุจริตค่าเช่า-เบี้ยเลี้ยงนักกีฬา เสียหายรวม 7 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"ดร.ก้องศักด" ผู้ว่าฯกกท. โร่พบกองปราบแจ้งความเอาผิด"สมาคมฮ็อกกี้น้ำแข็ง" โกงค่าเช่าลานฮอกกี้-จ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา-จ้างโค้ชต่างชาติไม่โปร่งใสมูลค่าความเสียหาย 7 ล้านบาท

วันนี้ ( 20 มี.ค.) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เดินทางมาหารือ กับ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ก่อนเดินทางไป ที่ เข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม แจ้งความดำเนินคดีกับ นายกสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย หลังมีการร้องเรียนไปยัง ปปท. ว่า พบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณของทางสมาคมฯฮ็อกกี้น้ำแข็ง ใน 3 ประเด็น

1.ค่าเช่าลานฮอกกี้น้ำแข็ง พบพิรุธในการเบิกจ่ายเงินเกินจริง

2.เบี้ยเลี้ยงนักกีฬา การจ่ายเงินสวัสดิการให้ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยที่ไม่โปร่งใส

3.ค่าจ้างโค้ชต่างชาติ การเบิกจ่ายงบประมาณส่วนแบ่งค่าจ้างผู้ฝึกสอนที่ต้องตรวจสอบเร่งด่วน

ดร.ก้องศักด ยอดมณี กล่าวว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับการร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ประกอบกับ มีการไปร้องเรียนกับหน่วยงานของ ปปท. และมีการเชิญทางสมาคมฮ็อกกี้น้ำแข็ง มาชี้แจงเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณที่เกินไปจากงบจริงมูลค่าความเสียหายประมาณ 7 ล้านบาท ว่า เป็นไปตามข้อกล่าวหาหรือไม่ แต่ทางสมาคมฯ ยังไม่สามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน และกระบวนการเรื่องราวการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานก็มาจนถึงวันนี้ ที่ ต้องมีการมาแจ้งความดำเนินคดี เพราะการกีฬาแห่งประเทศไทย ถือว่าเป็นผู้ได้รับความเสียหาย เพราะทางสมาคมฯ มาเบิกเงินจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดิน

นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. กล่าวว่า การที่ทางสมาคมฮ็อกกี้น้ำแข็ง นำเอาใบเสร็จ มาเบิกกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ถือว่าเป็นการเบิกงบประเมาณเท็จ เข้าข่ายการฉ้อโกง โดยวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ตนเองรู้สึกดีใจคือ ผู้ประกอบการลานฮ็อกกี้น้ำแข็ง เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล และไม่ยอม ไม่ทน กับขบวนการที่มีการเอาชื่อของเขาไปแอบอ้าง และเมื่อทาง ปปท. ลงไปตรวจสอบ ในชั้นนี้ มีข้อเท็จจริว่า มีการเบิกงบประมาณอันเป็นเท็จ ดังนั้นในเรื่องนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบ ซึ่ง ในการแจ้งความครั้งนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ จะเป็นในส่วนของกองบังคับการปราบปราม ดำเนินการตรวจสอบ แต่หากมีการสืบสวนขยายผลพบว่า มีเจ้าหน้าที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทยคนใด เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะต้องมีหน่วยงานของ บก.ปปป. เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย