สงครามตะวันออกกลางกระแทกซ้ำเศรษฐกิจกัมพูชา น้ำมันพุ่งพรวด แถมเวียดนาม-จีนงดส่งออกน้ำมันให้ ทำให้ต้องเบนเข็มพึ่งมาเลเซีย-สิงคโปร์ พบสั่งสินค้าไทยผ่านลาว ผู้ว่าฯ ยอมรับ ปฏิบัติตาม WTO กองทัพบกย้ำไม่มีน้ำมันไทยไหลไปเขมร ส่วนแบงก์ในกัมพูชามีปัญหาแล้ว 5 ราย
สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก ประเทศที่ไม่สามารถผลิตน้ำมันได้เองต่างเผชิญกับความแตกตื่นของประชาชนที่แห่กักตุนน้ำมัน จนเกิดภาวะน้ำมันหมดในหลายปั๊ม โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เป็นน้ำมันเศรษฐกิจของทุกประเทศ
ในประเทศไทยสภาผู้แทนราษฎรเพิ่งเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เมื่อ 19 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กำลังเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการเรื่องน้ำมันเช่นเดียวกัน
อีกด้านหนึ่งประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งกับประเทศไทยอย่างกัมพูชา ต่างก็เจอกับปัญหาที่รุมเร้าในหลายด้าน ทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปะทะกับไทยรวมถึงสถานการณ์จากตะวันออกกลางที่เข้ามาซ้ำเติม
จุก-แบนสินค้าไทย
ตอนนี้สถานการณ์ในกัมพูชาเศรษฐกิจได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก กัมพูชาเป็นประเทศนำเข้าสินค้าเกือบทุกประเภท ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจนมีการแบนสินค้าจากไทย ในภาวะปกติอาจไม่กระทบมากนักเพราะสามารถหาสินค้าทดแทนจากประเทศอื่นได้
แต่การแบนสินค้าไทยยังลามไปถึงปั๊มน้ำมัน PTT ในกัมพูชา จนลูกชายพลเอกเตียบัน ที่เคยเปิดปั๊มร่วมกับ PTT ได้แยกตัวออกมากับสมาชิกอีกราว 35 คน ตั้งแบรนด์ใหม่อย่าง Peace Petroleum Cambodia ประกาศไม่ใช้น้ำมันจากประเทศไทย ซึ่งเดิมกัมพูชานำเข้าน้ำมันจากประเทศไทยเป็นหลัก
ขณะที่กระแสแบนสินค้าไทยอย่าง PTT ปัจจุบันก็ยังมีคนกัมพูชาไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งนี้อยู่ ทั้งช่วงมีโปรโมชั่นและช่วงที่เกิดกระแสกักตุนน้ำมัน
“เวียดนาม-จีน”งดส่งน้ำมัน
นอกจากนี้กัมพูชายังเจอกับปัญหาด้านพลังงานอีก หลังจากเวียดนามและจีนได้จำกัดการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจนถึงอย่างน้อยสิ้นเดือนมีนาคม เพื่อป้องกันการขาดแคลนภายในประเทศที่อาจเกิดขึ้น
แก้ว รัตนัค รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานกล่าวว่า กัมพูชาไม่มีโรงกลั่นน้ำมัน และมีปริมาณสำรองน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และน้ำมันเบนซิน ไม่ถึง 1 เดือนภายใต้สภาวะปกติ
“กัมพูชากำลังเพิ่มการนำเข้าจากสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากข้อจำกัดการส่งออกในประเทศอื่น ๆ”
แหล่งข่าวกล่าวว่า การนำเข้าน้ำมันจากสิงคโปร์และมาเลเซีย แทนนำเข้าจากประเทศไทย จะมีเรื่องค่าขนส่งที่สูงกว่า นั่นคือภาระที่ประชาชนกัมพูชาต้องยอมรับสภาพจากนโยบายของประเทศ แถมมาเจอผลกระทบจากสงครามอิหร่านอีก เพราะทุกวันนี้ราคาน้ำมันในกัมพูชาก็สูงกว่าน้ำมันในไทย
ผ่านลาวเข้ากัมพูชา
ขณะเดียวกันยังพบอีกว่า ตอนนี้มีการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยผ่านทางสปป.ลาว สะท้อนถึงกระแสแบนสินค้าไทยที่อาจตอบรับเพียงบางช่วงบางโอกาสเท่านั้น เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างบีบบังคับ กระแสรักชาติย่อมถูกบั่นทอนความเข้มข้นลงไป
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นที่ด่านตระเปียง เกรียล เชื่อมจังหวัดสตึงเตรงกับแขวงจำปาสักของลาว ผ่านด่านสากลหนองนกเขียน มีรายงานว่า พบว่ามีสินค้าไทยเข้าสู่กัมพูชาผ่านทางลาวเพิ่มขึ้น หลังจากมีการจำกัดการค้าตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย
นายซาร์ โสปุตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตึงเตรง กล่าวว่า กัมพูชาไม่สามารถห้ามการนำเข้าจากไทยได้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเราเป็นสมาชิกขององค์การค้าโลกและอาเซียน
และเตือนว่าการกระทำดังกล่าวอาจกระตุ้นให้เกิดการคว่ำบาตรและส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจประเทศ ในขณะที่ประเทศกำลังจัดการกับความท้าทายด้านความมั่นคงชายแดนและปัญหาการพลัดถิ่น
เขาย้ำว่าสินค้านำเข้าทั้งหมดต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและสร้างรายได้ภาษีให้กับรัฐ และเสริมว่าเจ้าหน้าที่จะปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายด้วยการยึดและทำลาย ขณะเดียวกันก็ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน
“อาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับชาวกัมพูชาในการป้องกันสินค้าจากประเทศผู้รุกรานคือการคว่ำบาตร โดยการไม่ซื้อหรือใช้สินค้าเหล่านั้น หากประชาชนหยุดใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผู้นำเข้าก็จะไม่นำเข้ามาให้ขาดทุนอีก และในที่สุดสินค้าก็จะหายไปเอง”
หาทางออก
มีข้อน่าสังเกตว่าวันที่ประกาศแบนสินค้าไทยอย่างแข็งขันมาจากผู้นำของประเทศ พร้อม ๆกับการตอบรับของกระแสสังคมในกัมพูชา แต่เมื่อเกิดเหตุสงครามในตะวันออกกลางทุกคนต่างต้องมุ่งที่ประโยชน์ส่วนตัวก่อน กระแสแบนสินค้าไทยย่อมต้องลดลงเพียงแค่นำเข้าอ้อมมาทางประเทศลาวเท่านั้น แม้ราคาจะขยับขึ้นบ้างแต่คงไม่มากไปกว่าการนำเข้ามาจากสิงคโปร์หรือมาเลเซีย
การออกมาพูดของผู้ว่าฯจังหวัดสตึงเตรง ไม่ต่างจากเป็นการยอมรับว่ากัมพูชายังต้องพึ่งพาสินค้าไทย เพียงแต่ไม่ให้ผู้นำออกมาพูดตรง ๆ เพราะครั้งก่อนไม่มีการพูดถึงเรื่องข้อจำกัดจากWTO
ไม่มีน้ำมันไปกัมพูชา
ในเรื่องเดียวกันนี้ยังมีความสับสนในเรื่องการส่งออกน้ำมันที่ไทยส่งไปยังประเทศลาว แล้วถูกโยงว่ามีการส่งต่อไปยังประเทศกัมพูชา เรื่องนี้ทีมโฆษกกองทัพบกได้ออกมาชี้แจงว่า
ตามที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อสาธารณะระบุว่า กัมพูชานำเข้าน้ำมันจากไทยโดยใช้เส้นทางอ้อมผ่าน สปป.ลาว โดยอ้างอิงจากคลิปวิดีโอการให้สัมภาษณ์บางส่วนของ นายซอ โซะปุดตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตึงเตรง ประเทศกัมพูชา
ต่อกรณีดังกล่าว พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าประการแรก กองทัพบกขอยืนยันว่า มาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว ผ่านจุดผ่านแดนถาวรตามแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี ยังคงมาตรฐานการตรวจสอบและควบคุมการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงทางการ สปป.ลาว อย่างเข้มงวด ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบการลักลอบจำหน่ายน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชาแต่อย่างใด
ประการที่สอง จากการตรวจสอบคลิปการให้สัมภาษณ์บางส่วนของ นายซอ โซะปุดตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตึงเตรง และข้อมูลที่เผยแพร่โดยสื่อกัมพูชาในประเด็นดังกล่าวพบว่า คลิปที่เผยแพร่ในสื่อสาธารณะนั้นมีการแปลภาษาไทยที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะการระบุถึงเรื่องการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากไทย จนนำไปสู่การนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในเวลาต่อมา
สำหรับข้อความแปลที่ถูกต้อง คือ “...ยอมรับว่าในขณะที่เรามีปัญหากับประเทศไทย สินค้าไทยบางประเภทได้ผ่านแดนจากประเทศลาวเข้าสู่กัมพูชา ซึ่งมีอยู่จริง เพราะว่าเราไม่สามารถปิดกั้นสินค้าเหล่านั้นไม่ให้เข้าสู่กัมพูชาได้ และรัฐบาลกัมพูชาก็ไม่สามารถออกคำสั่งอย่างเป็นทางการห้ามนำเข้าสินค้าได้ เนื่องจากกัมพูชาเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก เพราะฉะนั้นกัมพูชาไม่สามารถปฏิเสธสินค้าจากประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกมายังประเทศของตนได้ เพราะหากทำเช่นนั้นจะถูกกดดัน........”
โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลบางประเด็นควรมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนการเผยแพร่และรับชม เนื่องจากยังคงพบข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูลที่ไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจนปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของทางราชการเป็นสำคัญ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน
“ฮุน มาเนต”ช่วยแรงงาน
สำหรับบทบาทของผู้นำในการหาทางออกให้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในเวลานี้ นายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา โพสต์ข้อความเมื่อ 19 มีนาคม 2569 ว่า เพื่อแก้ไขผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงโลกที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้สั่งการให้ฯพณฯ เฮง ซูร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและอาชีวศึกษา จัดการประชุมกับตัวแทนนายจ้างและสหภาพแรงงาน เพื่อหารือและหาแนวทางช่วยเหลือบรรเทาภาระการเดินทางของแรงงานในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้โดยเร็วที่สุด ผมหวังว่านายจ้างและสหภาพแรงงานจะหาจุดร่วมที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดภาระการเดินทางของแรงงานและรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมของเราไว้ได้
ปิดแบงก์
ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องพลังงานที่ทุกประเทศได้รับผลกระทบ ในกัมพูชายังมีปัญหาอื่นตามมาอีกหลายด้าน เช่น เรื่องความมั่นคงของธนาคาร ล่าสุดมี ธนาคาร 5 แห่งประสบปัญหา ประกอบด้วย PRINCE BANK ตามมาด้วย HUIONE จากนั้นเป็น PANDA และ ABD ล่าสุดคือธนาคาร APD โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า ธนาคารเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับทุนสีเทาที่เคยเฟื่องฟูในดินแดนแห่งนี้ เมื่อทุนสแกมเมอร์ถูกกวาดล้างถึงทำให้กิจการที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ภาคการเงินนับเป็นเรื่องสำคัญมาก ส่งผลต่อเรื่องความเชื่อมั่นทั้งจากผู้ลงทุนต่างชาติและผู้ที่ลงทุนอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องรอดูว่าสถานการณ์เรื่องนี้จะยุติลงโดยเร็วหรือไม่
สถานการณ์ในกัมพูชาในเวลานี้ถือว่าหนัก แบงก์เริ่มมีปัญหาแต่ยังเป็นเพียงแบงก์รายเล็ก ความขัดแย้งจนสู่การปะทะบริเวณชายแดนทำให้เกิดกระแสแบนสินค้าไทย ปฎิเสธน้ำมันที่เคยนำเข้าจากไทย จีน-เวียดนามระงับการส่งออกมากัมพูชา ตอนนี้ต้องหันไปพึ่งสิงคโปร์และมาเลเซีย ต้นทุนแพงขึ้นกว่าที่รับจากไทย
สินค้าที่ใช้บริโภคหลายตัวยังหาตัวที่จะมาทดแทนไม่ได้หรือไม่เหมือน ตอนนั้นกระแสรักชาติแรงแบนทั้งปั๊ม PTT แบนจนเมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์ ต้องขายกิจการ พยายามสร้างสินค้าทดแทน Made in Cambodia แต่ช้าเกินไปหรือไม่ สินค้าทดแทนหลายรายการก็มีราคาสูงกว่าสินค้าเดิมจากประเทศไทย
วันนี้คนกัมพูชาควรตั้งคำถามต่อผู้นำประเทศว่า ตัดสินใจถูกแล้วใช่หรือไม่ คนกัมพูชาพร้อมแบนสินค้าไทย ที่มีราคาต่ำกว่าสินค้าทดแทนจากประเทศอื่นต่อไปอีกหรือไม่ หรือจะเงียบ ๆ ไว้กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
แน่นอนว่าหลายคนไม่คาดคิดว่าหลังหยุดยิงรอบ 2 กับไทย ทุกประเทศจะมาเจอกับวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง ที่มาเป็นตัวซ้ำเติมเรื่องราคาพลังงาน ทำให้การแก้ปัญหาในกัมพูชายากขึ้นไปอีก
ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j