xs
xsm
sm
md
lg

ไม่คึกคัก! เทศกาลฮารีรายอเบตง นทท.มาเลเซียลดลงผลกระทบจากน้ำมันไม่เพียงพอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ยะลา – การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลฮารีรายอที่เบตงได้รับผลกระทบจากน้ำมันไม่เพียงพอ ชาวมาเลเซียส่วนใหญ่งดข้ามแดนเที่ยวไทย ด้านผู้จัดการสวนหมื่นบุปผาเผยยอดนักท่องเที่ยวลดลงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา วอนรัฐเร่งช่วยเหลือ

วันนี้ (22 มี.ค.) บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลฮารีรายอใน อ.เบตง จ.ยะลา หลังจาก นายอาหมัด ฟาห์มี อาหมัด ซาร์กาวี กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำสงขลา ได้ออกเตือนชาวมาเลเซียที่วางแผนเดินทางโดยรถยนต์มาท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงเทศกาลฮารีรายอ จากภาวะการขาดแคลนน้ำมันซึ่งมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ทำให้ชาวมาเลเซียที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยลดน้อยลงเป็นจำนวนมาก ไม่เหมือนในทุกปีที่ผ่านมา

จากการสอบถามชาวมาเลเซียที่เดินทางข้ามแดนมายังประเทศไทย ทราบว่า จากผลพวงของน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยที่ขาดแคลน ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเกิดความไม่มั่นใจว่าจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวตามจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจไว้ได้หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ชาวมาเลเซียส่วนหนึ่งที่มีรัฐไม่ไกลจะอาศัยข้ามแดนผ่านพรมแดนเบตงเป็นทางผ่าน เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวอีกทอดหนึ่งตามหัวเมืองต่าง ๆ เช่น จ.สงขลา และ จ.ภูเก็ต


ทางด้าน นายโตหอง แซ่หลี่ ผู้จัดการสวนหมื่นบุปผา กล่าวว่า เรื่องนี้ส่งผลกระทบทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ซึ่งปกติจะเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลฮารีรายอ มีจำนวนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากการท่องเที่ยวที่ได้รับผระทบแล้วยังมีชาวสวนได้รับผลกระทบเหมือนกัน ทุกคนต่างบอกเติมน้ำมันไม่ได้จะเข้าไปทำสวนรดน้ำต้นทุเรียนก็ไม่ได้เพราะไม่มีน้ำมันใส่ปั๊มน้ำ

อยากให้รัฐบาลเร่งวางมาตรการและเข้ามาช่วยเหลือโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว เช่นที่สวนหมื่นบุปผา ปกติจะมีรถรางคอยวิ่งรับ – ส่งนักท่องเที่ยวจำนวน 6 คัน ต้องใช้น้ำมันคันละ 30-40 ลิตร แต่ตอนนี้ต้องลดจำนวนรถรางที่ให้บริการเหลือ 2 คัน เพื่อประหยัดพลังงาน ทุกวันนี้ต้องแจ้งนำแกลอนไปเติมหรือนำรถยนต์ไปเติมแล้วกลับมาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันใส่รถราง และหากยังคงประสบปัญหาอย่างนี้ต่อไป ในอนาคตคงต้องให้นักท่องเที่ยวเดินชมสวนหมื่นบุปผาแทน

ขณะที่สถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตามปั๊มน้ำมันต่าง ๆ โดยรวมในพื้นที่อำเภอเบตง ประชาชนสามารถนำยานพาหนะมาเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดได้ตามปกติ แต่จะมีการจำกัดการเติมใส่ภาชนะที่เป็นแกลลอนหรือถัง โดยทางปั๊มจะจำหน่ายให้เพียงคนละ 1,000 บาท เท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก