xs
xsm
sm
md
lg

ผู้เชี่ยวชาญเตือน สหรัฐฯ ขู่ยิงถล่มโรงไฟฟ้าอิหร่าน ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นอาชญากรรมสงคราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้เชี่ยวชาญชี้ “ทรัมป์” ขู่ยิงถล่มโรงไฟฟ้าอิหร่านเพื่อกดดันให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะไม่ใช่การโจมตีเพื่อความได้เปรียบทางทหาร แต่เป็นการแก้แค้น ส่งผลกระทบต่อพลเรือน และเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของอิหร่านออกไปอีก 5 วัน หลังยื่นคำขาดให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมงเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ฝั่งอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก็ออกมาขู่ตอบโต้ โดยระบุว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคที่เป็นที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของการโจมตีโครงสร้างด้านพลังงาน โดยเฉพาะเมื่อสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญต่อชีวิตของประชาชนพลเรือน

เครก โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และอาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล สหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า มี 2 ประเด็นหลักที่ต้องพิจารณา คือ การกระทำนั้นสร้างข้อได้เปรียบทางทหารที่ชัดเจนและโดยตรง หรือไม่ และหากมี ข้อได้เปรียบ ก็มีคำถามต่อว่าสมดุลกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพลเรือนและสิ่งแวดล้อมหรือไม่

“จากคำขู่ของทรัมป์ ดูเหมือนว่าจะไม่มีข้อได้เปรียบทางทหารที่ชัดเจน” โจนส์กล่าว พร้อมระบุว่า การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการตอบโต้มากกว่า “การตอบโต้หรือการแก้แค้นนั้น ไม่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ถือว่าถูกกฎหมาย”

โจนส์ยังระบุด้วยว่า แม้จะมีข้อได้เปรียบทางทหารที่ชอบธรรม ก็ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นจะผ่านเกณฑ์ “ความได้สัดส่วน” (proportionality) เสมอไป ซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อพลเรือนด้วย

“ข้อได้เปรียบทางทหารต้องถูกชั่งน้ำหนักกับผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นต่อพลเรือน โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ความต้องการด้านพลังงาน และความจำเป็นของทั้งประเทศ” เขากล่าว

ขณะผู้เชี่ยวชาญรายอื่น ๆ ก็แสดงความกังวลในลักษณะเดียวกัน ท่ามกลางความรุนแรงในภูมิภาคที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้น

เฮบา โมราเยฟ ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เคยเตือนก่อนหน้านี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อพลเรือน จากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญที่การโจมตีดังกล่าวจะละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และในบางกรณีอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

ขณะเดียวกัน เบน ซาอูล ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านการต่อต้านการก่อการร้ายและสิทธิมนุษยชน ออกมาประณามทั้งคำขู่ของสหรัฐฯ และอิหร่านในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของพลเรือน โดยระบุว่า หากมีการดำเนินการจริง การกระทำดังกล่าวจะถือเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ