ราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง อันมีต้นตอจากสงครามในตะวันออกกลาง กระตุ้นให้ประเทศต่างๆทั่วโลก ใช้มาตรการต่างๆจำกัดผลกระทบทางการเงินที่มีต่อผู้บริโภคและภาคธุรกิจ นอกจากนี้แล้วมีหลายชาติที่เคลื่อนไหวลดการบริโภคพลังาน โดยเฉพาะกรณีที่มีคลังสำรองเหลือเพียงเล็กน้อย
รายงานของเอเอฟพีระบุว่าบางประเทศกำลังเข้าไปจัดการกับราคาเชื้อเพลิงโดยตรง เพื่อจำกัดผลกระทบของราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูง ที่มีต่อพวกผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ในนั้นรวมถึงสเปน ที่เริ่มแผน 5,000 ล้านยูโร ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ที่จัดเก็บกับเชื้อเพลิง ซึ่งจะช่วยลดราคาน้ำมันลงมาได้ราวๆ 30 เซ็นยูโรต่อลิตร มาตรการนี้ถูกใช้ในโปรตุเกสและสวีเดนเช่นกัน
นับตั้งแต่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เริ่มต้นทำสงครามในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลายประเทศอย่าง โคเอเชีย, ฮังการี, เกาหลีใต้ และ ไทย ต่างตัดสินใจกำหนดเพดานราคาเชื้อเพลิง ส่วน เวียดนาม ยกเว้นภาษีศุลกากรการนำเข้าเชื้อเพลิงไปตลอดเดือนเมษายน
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่น กำลังใช้มาตรการอุดหนุนโรงกลั่นต่างๆ เพื่อรับประกันว่าราคาน้ำมันเบนซินหน้าปั๊่มจะอยู่ที่ราวๆ 170 เยนต่อลิตร หลังจากพุ่งแตะ 190.8 เยนต่อลิตร ในช่วงกลางเดือน ส่วน ไต้หวัน ใช้กลไกลหนึ่งๆที่ช่วยดูดซับราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นราวๆ 60%
ในวันจันทร์(23 มี.ค.) จีน จำกัดขอบเขตราคาที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามปั๊มน้ำมัน ส่วนกรีซ เปิดตัวโครงการมูลค่า 300 ล้านยูโร สำหรับบรรเทาความเดือดร้อนของครัวเรือนต่างๆและบรรดาเกษตรกรในเดือนเมษายนและพฤษภาคม เพื่อช่วยพวกเขารับมือกับราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง
โมร็อกโก กำหนดอุดหนุนพิเศษโดยตรงกับบรรดาบริษัทขนส่งทางบกทั้งหลาย ขณะที่บราซิลแถลงมาตรการชั่วคราวสำหรับควบคุมการเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิง ในนั้นรวมถึงระงับภาษีเชื้อเพลิงดีเซล ส่วนเยอรมนีแบนสถานีบริการต่างๆ ห้ามปรับขึ้นราคาน้ำมันเกิน 1 ครั้งต่อวัน
สงครามยังบีบประเทศต่างๆให้ระบายคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ และใช้มาตรการอื่นๆหลีกเลี่ยงปัญหาขาดแคลน ในนั้นรวมถึงปันส่วนเชื้อเพลิงและลดการเดินทาง
สมาชิก 32 ชาติของทบวงพลังงานสากล (ในนั้นรวมถึงชาติจี7) ระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ในปริมาณที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์
บังกลาเทศ บังคับใช้มาตรการปันส่วน และอียิปต์ ประกาศให้เจ้าหน้าที่ราชการลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ขณะที่ฟิลิปปินส์ลดบริการเรือข้ามฟาก และปล่อยให้ราคาบริการภาคการขนส่งท้องถิ่นเพิ่มขึ้น
อินเดีย ชาติผู้นำเข้าก๊าซปิโตรเลียมรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก ซึ่งใช้ก๊าซในการประกอบอาหาร จัดวางลำดับความสำคัญป้อนก๊าซแก่ครัวเรือนเป็นลำดับแรก
เกาหลีใต้ ล่าสุดในวันอังคาร(24 มี.ค) เรียกร้องรณรงค์ประหยัดพลังงาน โดยกำลังพิจารณาจำกัดการใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลสำหรับบุคคลทั่วไป จำกัดการใช้งานรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และมีแผนร้องขอภาคธุรกิจใหญ่ที่สุด 50 อันดับแรกของประเทศ ลดการบริโภาคพลังงน
นอกเหนือจากเกาหลีใต้แล้ว ยังมีประเทศอื่นๆที่เปิดตัวมาตรการลดการบริโภคเชื้อเพลิงเช่นกัน ในนั้นรวมถึง ไทย ที่สนับสนุนให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้าน เช่นเดียวกับ เวียดนาม ขณะที่ อินโดนีเซีย กำหนดให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้าน 1 วันต่อสัปดาห์ ส่วน ฟิลิปปินส์ ไปได้กว่านั้น ให้ทำงานจากที่บ้าน 4 วันต่อสัปดาห์ สำหรับข้าราชการ
ไทย ตามอาคารของหน่วยงานราชการจะมีการปรับเพิ่มอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ สู่ระดับ 26 องศาเซลเซียส เพื่อลดการบริโภคพลังงาน ส่วน เวียดนาม แนะนำให้ประชาชนปั่นจักรยาน อาศัยเดินทางด้วยรถคันเดียวกันและใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
บรรดาประเทศเหล่านี้กำลังหาทางนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซีย หลังจากสหรัฐฯระงับมาตรการคว่ำบาตรเป็นการชั่วคราว ในช่วงกลางเดือนมีนาคม
(ที่มา:เอเอฟพี)