xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)รอง ผบ.ตร.ยกคณะหารือเมียนมา แกะรอยแก๊งคอลฯ ย้ายฐานเข้าพื้นที่-สอบ 24 คนไทยโดนจับคาโรงแรมกลางท่าขี้เหล็ก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ท่าขี้เหล็ก - รอง ผบ.ตร.ยกคณะข้ามแดนเข้าท่าขี้เหล็ก..ประสานข้อมูลทางการพม่า 24 คนไทยโดนจับคาโรงแรมกลางเมือง เอี่ยวแก๊งคอลฯ-พนันออนไลน์หรือไม่ หลังพบเบาะแสขบวนการหลอกลวงออนไลน์เคลื่อนย้ายเข้าพื้นที่


วันนี้ (24 มี.ค.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) พล.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน จตร./หน.ส่วนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์, พ.ต.อ.ณัฐ พรหมเทพ รอง ผบก.ตท. ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำสถานทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง, กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.), ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 (ศพฐ.5), ตรวจคนเข้าเมือง จว.เชียงราย (ตม.จว.เชียงราย) เดินทางไปประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ติดกับชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เมียนมาได้ควบคุมตัวบุคคลสัญชาติไทยจำนวน 24 ราย เป็นชาย 11 คน หญิง 13 คน ได้ที่โรงแรม Kyal Dakon ในฐานความผิดเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันทั้งหมดถูกกักขังไว้ที่สถานีตำรวจท่าขี้เหล็กเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

คณะของ พล.ต.อ.ธัชชัยได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่เมียนมาเพื่อขอรวบรวมหลักฐานและพยานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพบปะกับคนไทยที่ถูกดำเนินคดีดังกล่าวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยสอบปากคำก่อนเดินทางกลับประเทศไทย เนื่องจากทั้งหมดยังอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีและฟ้องศาลในประเทศเมียนมา


พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่าฝ่ายไทยได้ส่งผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปรวบรวมหลักฐานและพยานเพื่อคัดกรองและคัดแยก รายงานต่อ ผบ.ตร.ให้ทราบเบื้องต้นว่าคนไทยทั้ง 24 คนเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่ รวมทั้งจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือแก๊งพนันออนไลน์หรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบว่าทั้ง 24 คนถูกบังคับหรือหลอกลวงข้ามไปทำงานในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวอีกว่า สำหรับการลงโทษในฝั่งประเทศเมียนมาซึ่งได้มีการฟ้องศาลมีจำนวน 2 ข้อหา คือ 1. การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยผิดกฎหมาย และ 2. เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ข้อหาแรกมีโทษจำคุก 5-7 ปี ส่วนข้อหาที่ 2 มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 5 ปี ซึ่งมีอัตราโทษสูงจึงต้องรอให้ฝ่ายเมียนมาดำเนินการให้แล้วเสร็จหมดก่อนฝ่ายเราจึงจะดำเนินการได้ต่อ

"เบื้องต้นเราพบข้อมูลการเคลื่อนย้ายแก๊งคอลฯ มาทางฝั่งนี้ จึงได้พูดคุยเพื่อร่วมมือช่วยกันรวบรวมพยานหลักฐานตรวจสอบว่ามีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ที่ไหนอย่างไรกับทางฝั่งเมียนมา วันนี้เป็นการประสานงานกับ ผบ.ตร.เมียนมา ซึ่งก็ได้กรุณาส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลด้วย เพราะที่ผ่านมาพบมีคนต่างชาติถูกหลอกข้ามมาฝั่งนี้เป็นคนเอเชียซึ่งเรามีพยานหลักฐานตรงนี้" พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าว