ทำหลายคนสงสัยเกิดอะไรขึ้นกับ “อ.โอเล่ ญาญสัมผัส” ถึงได้ดูซูบผอมผิดหูผิดตาขนาดนี้ โดยปีก่อนหลายคนเป็นห่วงอาจารย์โอเล่ที่ดูอ้วนเกินไป พูดแล้วมีอาการเหนื่อยหอบตลอด มาตอนนี้แฟนๆ เป็นห่วงที่ผอมเกินไปอีก
ในรายการคุยเล่นเน้นจริง ทางช่องยูทิวบ์ของ “กอล์ฟ เบญจพล เชยอรุณ” ได้ถามเรื่องนี้ซึ่ง อาจารย์โอเล่เล่าว่าตนไปตัดกระเพาะมา ไม่ใช่เพราะอยากหล่อ แต่ตัดเพื่อรักษาโรคที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ต้องปรับปรุงสรีระ ไม่งั้นตายครับ ตอนนั้นคืออ้วนเกินลิมิตมาตรฐานแล้ว ตอนนั้นหนัก 130 กิโล เวลาพูดแล้วดูเหนื่อย นอนกรนสนั่นหวั่นไหว แล้วก็มีหยุดหายใจ แล้วก็สำลักขึ้นมา ปัสสาวะบ่อย 7 ครั้งต่อคืน ไปหาคุณหมอแกก็บอกว่ามีโอกาสไหลตายได้นะ ตอนนี้เดินไปไหนก็คล่องตัว วิ่งได้ นั่งไขว่ห้างได้ ปัญหาการนอนกรนไม่มีแล้ว
ก็ยอมรับแต่ก่อนเราปล่อยเนื้อปล่อยตัวในเรื่องของการกิน เวลาในการใช้ชีวิต ด้วยรายการผมถ่ายกลางคืน ถ่ายเสร็จก็กินต่อ กินข้าวต้ม กินของทอดของมัน น้ำอัดลม กินนม กินเนย กินครีม ของโปรดผมคือชะอมทอด ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ก็เรียกว่ากินเป็นว่าเล่นไม่บันยะบันยัง
การกินผมผิดเพี้ยนด้วย ตัวผมกินมังสวิรัติแบบผิดวิธี ผมไปกินอาหารแปรรูป ไม่ใช่ว่ากินไม่ดีนะ แต่ผมกินแบบไม่พอดี ผมเอาไปชุบแป้งทอด มันคือแป้งชุบแป้งแล้วเอาไปทอดอีกที กานาไฉ่มันๆ เอามาคุกข้าว ผัดเผ็ดใส่นมไม่พอยังใส่กะทิเข้าไปอีก ก็เอาส่วนที่มันๆๆ ลอยนั่นแหละมาคลุกกับข้าว อะไรต่างๆ ที่เป็นของทอดของมัน ผัดผักก็ใส่น้ำมัน ใส่เครื่องปรุงรสจัด เน้นเค็ม
น้ำอัดลมกินไม่เป็นเวลาล่ำเวลา กินจุ๊บกินจิ๊บ ตอนนั้นบอกกับตัวเองเดี๋ยวก็ลดได้ จนไปตรวจปรากฎว่าความดัน 200 ขึ้น เบาหวานเริ่มขั้นต้น เริ่มมีรอยจ่ำๆ มีรอยแผลแล้ว หมอก็ถามๆ ก็เล่าให้ฟังว่ากินยังไงบ้าง แกก็ตีมือ แล้วแกก็แนะนำว่าตัดกระเพาะเถอะ ไปรักษาดีกว่า ที่ตัดไม่ใช่เพื่อหล่อนะ ตัดเพื่อพยุงกายสังขารของตัวเอง พอทำแล้วก็กินได้น้อยลงจริงๆ ผมไม่ได้กลัวตายนะ แต่ผมยังมีอีกหลายสิ่งที่ตั้งสัจจะวาจาไว้ว่าจะทำ”