xs
xsm
sm
md
lg

“หมอวรงค์” ชี้เป้า ต้นตอน้ำมันขาดแคลน คลังใหญ่กักตุนไว้เองหรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ทองลี” ห่วงวิกฤตน้ำมันกระทบเกษตรกร เผย ปชช.ได้แต่บัตรคิวแต่ไม่ได้ของ สวนทางรัฐอ้างมีเพียงพอ ย้ำราคาแพงได้แต่อย่าให้ของขาด ด้าน “หมอวรงค์” ซัดวิเคราะห์ผิด ชี้น้ำมันไม่ถึงปลายทาง อ้างมีน้ำมันพอ แต่ปั๊มได้โควตาลดลงฮวบ ตั้งคำถามคลังใหญ่กักตุนไว้เองหรือไม่

วันนี้ (25มี.ค.) นายทองลี มีหินกอง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า จากการลงพื้นที่พบประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและเกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิ พบว่ากำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก ในช่วงใกล้ฤดูกาลทำนา เกษตรกรที่ใช้เครื่องจักรกลจำเป็นต้องรอน้ำมัน ขณะที่ภาพรวมการสื่อสารของภาครัฐยังคงยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอ จึงทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและผิดหวัง

นายทองลีกล่าวว่า ในหลายพื้นที่มีการจำกัดโควตาการเติมน้ำมัน โดยบางปั๊มให้บัตรคิวเพียง 40 คนต่อวัน บางแห่ง 30 หรือ 25 คนต่อวัน แต่เมื่อถึงคิวกลับไม่ได้รับน้ำมันตามที่ประกาศ เนื่องจากน้ำมันยังมาไม่ถึง ต้องรออีก 2-3 วัน ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาวนาที่ต้องเผชิญต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ยที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และความไม่แน่นอนของน้ำมัน

“ขอฝากไปยังกระทรวงพลังงาน ควรให้ข้อมูลผ่านสื่ออย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง ประชาชนยังรอความหวังจากรัฐบาลในการแก้ปัญหา รัฐบาลต้องรีบดำเนินการแก้ไขด่วนน้ำมันแพงปล่อยไปตามกลไกนั้นไม่เป็นไรแต่อย่าให้น้ำมันขาด เพราะถ้าขาดไม่มีเติมทุกภาคทุกกิจการก็จะหยุดแน่นอนแล้วส่งผลกระทบโดยตรงกับหลายภาคส่วน” นายทองลี กล่าว

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการได้ดี เช่น การประสานกับรัฐบาลอิหร่านให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่ปัญหาหลักคือการวิเคราะห์สถานการณ์ที่ผิดพลาด โดยรัฐบาลตั้งสมมุติฐานว่าน้ำมันมีเพียงพอและปัญหาเกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชน


นพ.วรงค์กล่าวว่า ในภาวะปกติประเทศไทยใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน โรงกลั่นผลิตได้ 76 ล้านลิตร และมีการส่งออก 5 ล้านลิตร แต่ในช่วงที่เกิดความตื่นตระหนก การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 84 ล้านลิตรต่อวัน แม้จะเพิ่มกำลังผลิตเป็น 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ยังขาดแคลนประมาณ 4 ล้านลิตร ซึ่งสะท้อนว่าน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการจริง

ทั้งนี้ เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ลงไปตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่ปลายทาง โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบกว่า 10 ปั๊ม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พบว่าหลายแห่งได้รับน้ำมันลดลงอย่างมาก เช่น จากเดิมเคยได้รับ 24,000 ลิตร เหลือเพียง 6,000 ลิตร ขณะที่คลังน้ำมันบางแห่งมีรถบรรทุกต่อคิวยาว แต่ได้รับน้ำมันเพียงบางส่วน

“สมมุติฐานที่รัฐบาลบอกว่ามีน้ำมันเพียงพอ แต่ประชาชนตื่นตระหนกนั้นไม่ถูกต้อง เพราะข้อเท็จจริงคือน้ำมันไม่ไปถึงปลายทาง ประชาชนจึงตื่นตระหนก และนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ผิดพลาด” นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการกักตุนเกิดขึ้นในระดับคลังน้ำมันขนาดใหญ่ พร้อมวิจารณ์มาตรการของรัฐบาลว่าไม่ตรงจุด เช่น การลดสัดส่วนสำรองน้ำมันในประเทศจาก 3% เหลือ 2% และการให้รถบรรทุกน้ำมันวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งที่ต้นทางไม่มีน้ำมันเพียงพอ

นพ.วรงค์กล่าวอีกว่า รัฐบาลบอกว่าจะแก้ไขด้วยการพยายามกระจายน้ำมันไปถึงข้างล่าง ด้วยการให้รถน้ำมันสามารถวิ่งได้ 24 ชั่วโมง ในเมื่อรถบรรทุกน้ำมันไม่มีน้ำมันต่อให้วิ่ง 24 ชั่วโมงหรือตลอดทั้งวันทั้งคืนก็ไม่มีน้ำมัน จึงทำให้รัฐบาลแก้ไขผิด และที่บอกว่าได้ตรวจคลังขนาดใหญ่ 8 แห่งไม่มีการกักตุน ตนท้าเลยว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเหตุที่ทำให้เกิดการกักตุนเกิดขึ้นเพราะรัฐบาลประกาศปรับราคาน้ำมัน ทั้งที่เป็นความลับ จึงนำไปสู่การกักตุน และมีการเอาคนที่ใกล้ชิดกับวงการน้ำมันมาบริหารระบบ ทั้งที่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับ หากไม่เป็นความลับ มันก็จะทำให้เกิดการกักตุนเกิดขึ้นในรอบต่อไปอีก