สส.รุม จี้เร่งแก้ปัญหา-เอาผิดผู้กักตุน“จุติ” ชี้ต้องใช้เวลา 6 เดือนฟื้นโครงสร้าง ลั่นล่าไอ้โม่งให้ถึงที่สุด “พริษฐ์” ซัดไร้ชื่อ “อนุทิน” ในญัตติ เตือน “พูดแล้วทำ” เสี่ยงกลายเป็น “พูดแล้วพัง” ด้าน “กรณ์” แฉกักตุนจริง อัดลอยราคาน้ำมันคือโยนภาระให้ประชาชน
วันนี้(25 มี.ค.) เมื่อเวลา 21.05 น. ที่รัฐสภา ภายหลังเปิดให้สมาชิกอภิปรายอย่างกว้างขวาง นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย กล่าวสรุปญัตติของพรรคว่า ความคิดเห็นที่หลากหลายของสมาชิกจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาล พร้อมขอให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบันทึกข้อเสนอทั้งหมดไปพิจารณา โดยย้ำให้ทุกฝ่ายตั้งสติ แม้สถานการณ์จะมีสัญญาณหยุดยิง แต่ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือนในการซ่อมแซมโครงสร้าง
นายจุติ ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รับทราบความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว และทุกฝ่ายต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมเสนอ 4 แนวทาง คือ 1.การสื่อสาร 2.การใช้เทคโนโลยี 3.การปรับโครงสร้างราคา และ 4.การจัดการ “ไอ้โม่ง” โดยเสนอให้ใช้มาตรการภาษีลงโทษผู้ค้ากำไรเกินควร และผู้กักตุนน้ำมัน
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า มีสมาชิกลงชื่ออภิปรายกว่า 100 คน มากที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาทำงานที่รัฐสภาแห่งนี้ แต่กลับไม่มีชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” อยู่ในลำดับอภิปราย ทั้งที่เป็นผู้มีอำนาจแก้ปัญหา พร้อมเตือนว่าหากรัฐบาลสื่อสารไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สโลแกน “พูดแล้วทำ” อาจกลายเป็น “พูดแล้วพัง” และย้ำว่ารัฐบาลต้องเปิดเผยข้อมูลทุกขั้นตอนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
นายพริษฐ์ ยังเสนอ 2 แนวทาง คือ การสื่อสารความจริงต่อประชาชน และการหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน โดยตั้งข้อสังเกตกรณีมอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นหัวหน้าทีมตรวจสอบน้ำมัน ซึ่งอาจถูกตั้งคำถามเรื่องความเกี่ยวข้องในธุรกิจพลังงาน พร้อมเสนอให้พิจารณาเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ไม่มีตัวแทนรัฐบาลเข้ามารับฟังปัญหาในสภา ทั้งที่มีการยืนยันว่ามีการกักตุนน้ำมันจริง และเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารต้องเร่งหาตัวผู้กระทำผิด โดยชี้ว่าความเชื่อมั่นของประชาชนขึ้นอยู่กับความจริงจังของรัฐบาล
นายกรณ์ วิจารณ์ว่า การปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตามกลไกตลาด แม้จะแก้ปัญหาขาดแคลนได้ แต่เป็นการผลักภาระไปยังประชาชน พร้อมชี้ว่าราคาตามกลไกลตลาดปัจจุบันเป็น “ราคาทิพย์” ที่อ้างอิงราคาสิงคโปร์ ทั้งที่ต้นทุนจริงอยู่ในประเทศ และไม่มีการแข่งขันระหว่างโรงกลั่น จนอาจเข้าข่ายการฮั้ว
“รัฐบาลยังเก็บภาษีสรรพสามิตเกือบ 7 บาทต่อลิตร แม้เกิดวิกฤต จึงควรลดภาษีและปรับงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่โยนภาระทั้งหมดให้ประชาชน” นายกรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการอภิปราย ประธานในที่ประชุมได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 22.04 น. โดยจะมีการส่งข้อเสนอแนะทั้งหมดให้รัฐบาลต่อไป