ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาที่ 6 พรรคการเมืองเสนอเพื่อให้พิจารณาถึงปัญหาของวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายสรุปว่า รัฐบาลจำเป็นต้องกล้าตั้งคณะกรรมการอิสระที่ประชาชนยอมรับเข้ามาตรวจสอบโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่น ในส่วนของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ปัจจุบัน ปตท.มีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 40 ขณะที่พีทีจีมีร้อยละ 22 เท่ากับบางจาก และเชลล์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นโครงสร้างตลาดที่รัฐจำเป็นต้องพิจารณาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ รัฐบาลต้องตั้งหลักในการบริหารประเทศ เนื่องจากน้ำมันถือเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นของรัฐ โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง "พ่อค้า" ที่มุ่งหวังผลกำไร กับ "ผู้มีวิชาชีพ" ที่ต้องคำนึงถึงศีลธรรมและประโยชน์สาธารณะ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องกล้าปรับโครงสร้างพลังงาน เนื่องจากปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้น ขณะที่รายได้ของประชาชนไม่สอดคล้องกับรายจ่าย หากยังไม่ตัดสินใจปฏิรูป และปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัว แม้แต่ผู้ที่อยู่ในสภายังได้รับผลกระทบ
พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า ประชาชนไม่ได้มีหน้าที่รับใช้รัฐบาลหรือรัฐสภา แต่พวกเราต่างหากที่ต้องรับใช้ประชาชน หากไม่กล้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจะยิ่งรุนแรงขึ้น
จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้ส่งญัตตินี้ส่งต่อ ครม. ให้พิจารณาต่อไป จากนั้นนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม สั่งปิดการประชุมในเวลา 22.04 น. รวมเวลาอภิปรายญัตติ นาน 10 ชม.