xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอดีตรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ ทุจริตเงินอุดหนุนสงเคราะห์ฯ กว่า 1 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายณรงค์ คงคำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)กับพวกทุจริตเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ที่จัดสรรให้กับนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบฯ 2560 ก่อนที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะอนุมัติจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งให้แก่นิคมสร้างตนเองต่างๆ นายณรงค์ คงคำ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้ร่วมกับนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (เสียชีวิตก่อนดำเนินการไต่สวน) สั่งการไปยังนิคมสร้างตนเอง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ว่ากรมพัฒนาสังคมฯ จะจัดสรรเงินงบประมาณประเภทเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งให้แก่ นิคมสร้างตนเองต่าง ๆ โดยจะต้องนำเงินส่งกลับคืนให้แก่ผู้บริหารไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 – 20 ของเงินงบฯ ที่ได้รับ

ต่อมาเมื่อนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ได้รับโอนเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ปีงบฯ 2560 จำนวน 6,500,000 บาท แล้ว เจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น จะนำแบบสำรวจผู้ประสบปัญหาทางสังคมและแบบใบสำคัญรับเงินเปล่าที่ยังไม่ได้กรอกข้อความและจำนวนเงินไปให้กลุ่มอาชีพลงลายมือชื่อเพื่อใช้ในการขอเบิกเงินสงเคราะห์ โดยเจ้าหน้าที่จะระบุจำนวนเงินที่เสนอขออนุมัติเต็มจำนวนที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ว่าด้วยการสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2552 จำนวนรายละ 3,000 บาท และเมื่อนางปิยวรรณ์ นรเศรษฐโกศล ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์แล้ว เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้รับเงินตามเช็คจะเบิกถอนเงินดังกล่าวมาให้นางปิยวรรณ์ เป็นผู้กำหนดจำนวนเงินที่จะจ่ายและหักเงินเก็บไว้แต่เพียงผู้เดียว โดยนำเงินสงเคราะห์ไปจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเพียงรายละ 1,000 บาท หรือ 750 บาท

สำหรับกรณีที่เป็นการจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งตามฎีกาเบิกจ่ายเงิน จำนวน 500 ชุดๆ ละ 1,000 บาท นั้น นางปิยวรรณ์ ได้ติดต่อขอซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคจากร้านค้าเพียงชุดละ 450 บาท แล้วให้ร้านค้ามอบเงินส่วนต่างให้กับตน ทั้งนี้ เพื่อนำเงินที่หักเก็บไว้ดังกล่าวรวมจำนวน 1,950,000 บาท ส่งมอบให้กับนายณรงค์ คงคำ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ตามที่ได้สั่งการไว้

ต่อมาในเดือนเมษายน 2560 นายณรงค์ คงคำ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ พม. ได้แจ้งให้นางปิยวรรณ์ นรเศรษฐโกศล ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น จัดทำคำขอรับการสนับสนุนงบปฯ เงินอุดหนุนสงเคราะห์เพิ่มเติมมายังกรมพัฒนาสังคมฯ อีก 5,000,000 บาท โดยให้นำเงินส่งกลับคืนผู้บริหารไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 – 20 ของเงินงบฯ ที่ได้รับ ทั้งที่นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขอรับการสนับสนุนงบฯ เพิ่มเติมดังกล่าว และเมื่อนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่นได้รับโอนเงินอุดหนุนสงเคราะห์เพิ่มเติมแล้ว นางปิยวรรณ์ ได้อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ และนำเงินไปจ่ายให้แก่กลุ่มอาชีพไม่ครบถ้วนตามหลักฐานการจ่ายเงินในลักษณะเดิม แล้วนำเงินที่หักเก็บไว้จำนวน 1,270,000 บาท ส่งมอบให้กับนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ ตามที่ได้รับสั่งการจากนายณรงค์ คงคำ

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้

1. การกระทำของนายณรงค์ คงคำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 149 มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และการกระทำของนายณรงค์ คงคำ ในฐานะผู้ตรวจราชการพม.มีมูลความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 171) ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

2. การกระทำของนางปิยวรรณ์ นรเศรษฐโกศล มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 151 และมาตรา 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

สำหรับการดำเนินการทางวินัย เนื่องจากสำนักงานปลัดกระทรวง พม. ได้มีคำสั่งลงโทษไล่นายณรงค์ คงคำ ออกจากราชการ และลงโทษปลดนางปิยวรรณ์ นรเศรษฐโกศล ออกจากราชการ ในการกระทำผิดนี้เหมาะสมแก่กรณีแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยอีก ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

3. การกระทำของเจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ที่เกี่ยวข้อง จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำการอันมีมูลความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรงให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี