ชัยนาท - ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวในชัยนาท ส่งสัญญาณปรับขึ้นค่าจ้างต่อไร่ หลังราคาน้ำมันดีเซลพุ่งเกือบ 40 บาทต่อลิตร เผยอาจขยับจาก 450 เป็น 470–480 บาทต่อไร่ หวั่นกระทบชาวนาที่กำลังเผชิญต้นทุนสูง–ราคาข้าวตกต่ำ
วันนี้ ( 27 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขยับขึ้นไปอยู่เกือบ 40 บาทต่อลิตร สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคการเกษตร โดยเฉพาะชาวนาและผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวที่ต้องพึ่งพาน้ำมันเป็นต้นทุนหลัก
ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชัยนาท (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) เปิดเผยว่า แนวโน้มในระยะต่อไป อาจมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาค่าจ้างเกี่ยวข้าวต่อไร่ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น
โดยจากเดิมที่รับจ้างเกี่ยวข้าวอยู่ที่ประมาณ 450 บาทต่อไร่ อาจต้องปรับขึ้นอีก 20–30 บาท เป็น 470–480 บาทต่อไร่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่ปรับขึ้นไปถึง 500 บาทต่อไร่ในทันที เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อชาวนา ซึ่งปัจจุบันต้องเผชิญทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และราคาข้าวที่ยังอยู่ในระดับต่ำจนแทบไม่คุ้มทุน
ขณะเดียวกัน บรรยากาศตามสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อำเภอเมืองชัยนาท พบว่ายังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมาเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง แม้จำนวนจะลดลงจากช่วงก่อนการปรับราคาครั้งล่าสุด
โดยกลุ่มผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นชาวนาและผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าว ที่ต้องเติมน้ำมันดีเซลเพื่อนำไปใช้กับเครื่องจักรทางการเกษตร อาทิ เครื่องสูบน้ำ และรถไถนา เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการทำนารอบใหม่ ซึ่งบางสถานีบริการยังคงเปิดจำหน่ายโดยไม่จำกัดปริมาณน้ำมัน
ทั้งนี้ สถานการณ์ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันภาคเกษตรกรรมในหลายพื้นที่ และอาจส่งผลต่อราคาค่าจ้าง รวมถึงต้นทุนการผลิตในระยะต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้