สงครามในตะวันออกกลางเคลื่อนเข้าสู่ปฐมบทใหม่ หลังกบฏฮูตีของเยเมน ขบวนการติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เข้าสู่ความขัดแย้งในภูมิภาคเต็มตัว ด้วยการโจมตีโดยตรงใส่อิสราเอล และเตือนว่าดำเนินการมากกว่าปฏิบัติการทางทหาร ส่งสัญญาณบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับการปิดช่องแคบ "บับ เอล-มันเดบ" อีกหนึ่งเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ตามที่เคยขู่ไว่ก่อนหน้านี้
กองทัพอิสราเอลยืนยันเมื่อวันเสาร์(28มี.ค.) ว่าตรวจพบมีการยิงขีปนาวุธลูกหนึ่งมาจากดินแดนเยเมน ใส่ทางใต้ของประเทศ ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน แม้มันถูกสกัดได้ แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พวกฮูตีได้ยิงขีปนาวุธร่อนและส่งโดรนลำหนึ่งโจมตีอีกรอบ
การโจมตีดังกล่าวแม้ไม่ก่อผลกระทบรุนแรงใดๆ แต่มันถือเป็นการส่งสารที่ชัดเจนว่าความขัดแย้งไม่ได้ถูกจำกัดวงอีกต่อไป
หลายเดือนที่ผ่านมา เยเมน อยู่ในสถานะนักแสดงสมทบ แต่เวลานี้พวกกบฏฮูตีตัดสินใจเดินหน้าร่วมมือกับอิหร่าน ความเคลื่อนไหวที่อาจทำให้สมดุลสงครามเปลี่ยนไป
ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเยเมนกับจะงอยแอฟริกา เป็นหนึ่งในเส้นเลือดหลักของการค้าโลก เป็นเส้นทางขนส่งทางทะเลที่เชื่อมโยงยุโรปกับเอเชียผ่านคลองสุเอซ ไล่ตั้งแต่น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และสินค้าอื่นๆต่างๆนานา ทั้งหมดทั้งมวลล้วนแต่ต้องล่องผ่านคอขวดแห่งนี้
โมฮัดหมัด มันซูร์ หนึ่งในโฆษกของฮูตี เคยพูดออกมาตรงๆว่า "การปิดช่องแคบ เป็นหนึ่งในหลายทางเลือก ภายในยุทธศาสตร์ของกลุ่ม" คำพูดนี้ไม่ใช่เป็นคำประกาศเชิงสัญลักษณ์ แต่มันเป็นส่งคำขู่ตรงๆไปยังระบบโลจิสติกของโลก
สื่อมวลชนรายงานว่าเรื่องลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต พวกฮูตีโจมตีเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าว บีบให้เรือทั้งหลายต้องเบี่ยงเส้นทาง เพิ่มต้นทุนและความภาวะตึงตัวในตลาด แต่สืบเนื่องจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซในปัจจุบัน หากฮูตีลงมือด้วยความกระตือรือร้นอีกรอบ คราวนี้มันจะไม่ส่งผลกระทบแต่ในระดับภูมิภาค แต่มันหมายถึงเศรษฐกิจทั้งโลก
(ที่มา:อินเดียเอ็กซ์เพรส/เอเจนซี)