รอยเตอร์ – คนอเมริกันทั่วประเทศลงถนนต่อต้านนโยบายทรัมป์และการก่อสงครามกับอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) ซึ่งถือเป็นการรวมพลังมวลชนครั้งที่ 3 ของม็อบ “โน คิงส์” ซึ่งผู้จัดคาดหวังว่า จะเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
รายงานระบุว่า มีการวางแผนชุมนุมกว่า 3,200 จุดในทั้ง 50 มลรัฐ และหลายเมืองนอกอเมริกา การชุมนุมขนาดใหญ่เกิดขึ้นทั้งที่นิวยอร์ก ดัลลัส ฟิลาเดลเฟีย และวอชิงตัน แต่การชุมนุม 2 ใน 3 ของกลุ่มโน คิงส์เกิดขึ้นนอกเมืองใหญ่ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 40% จากการชุมนุมใหญ่ครั้งแรกเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว
ที่มินนิโซตา จุดร้อนในการปราบปรามผู้ลักลอบเข้าเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีการชุมนุมขนาดใหญ่ในเซนต์พอล เมืองหลวงของรัฐแห่งนี้ หลายคนชูภาพเรอเน กู๊ด และอเล็กซ์ เพรตตี พลเมืองอเมริกันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง ยิงเสียชีวิตในเมืองมินนิอาโปลิสเมื่อต้นปี
ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการมินนิโซตา ที่เคยเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีเมื่อปี 2024 ประกาศว่า การต่อต้านทรัมป์และนโยบายของคณะบริหารเป็น “หัวใจและจิตวิญญาณ” ของทุกสิ่งที่ดีงามเกี่ยวกับอเมริกา และยอมรับว่า ผู้ที่มาร่วมชุมนุมถูกล้างสมองโดยความถูกต้องเหมาะสม กระบวนการยุติธรรม และประชาธิปไตยเพื่อต่อต้านระบอบอำนาจนิยม
วุฒิสมาชิกเบอร์นี แซนเดอร์ส จากรัฐเวอร์มอนต์ ที่เคยสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2016 และ 2020 ประกาศบนเวทีชุมนุมที่มินนิโซตาว่า จะไม่ยอมให้อเมริกากลายเป็นประเทศเผด็จการหรือถูกครอบงำโดยชนชั้นมหาเศรษฐีเพียงไม่กี่คน แต่ประชาชนจะต้องเป็นผู้ปกครองประเทศ
ไมค์ มาริเนลลา คณะกรรมการรณรงค์เลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาพรรครีพับลิกัน โจมตีนักการเมืองและผู้สมัครของพรรคเดโมแครตที่ให้การสนับสนุนการชุมนุมเมื่อวันเสาร์ และวิจารณ์ว่า เป็นการชุมนุมของพวกที่เกลียดอเมริกา ที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายซ้ายจัดหัวรุนแรงและเสียสติได้แสดงออก และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเดโมแครตได้รับคำสั่งให้ไปดำเนินการต่อ
ที่นิวยอร์ก ที่ตำรวจประเมินว่า มีประชาชนหลายหมื่นคนชุมนุมบนถนนเป็นระยะทางยาวเกิน 10 ช่วงตึกในแมนฮัตตันนั้น โรเบิร์ต เดอ นีโร นักแสดงชื่อดังและเป็นหนึ่งในแกนนำจัดการชุมนุม โจมตีว่า ไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดทำให้เสรีภาพและความปลอดภัยของอเมริกาเผชิญภัยคุกคามความอยู่รอดแบบทรัมป์มาก่อน
ที่เนชันแนลมอลล์ในวอชิงตัน ฝูงชนตะโกนสนับสนุนประชาธิปไตย และชูป้ายต่อต้านทรัมป์
อย่างไรก็ดี ที่ดัลลัส เกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่มโน คิงส์ กับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้าน ซึ่งรวมถึงกลุ่มที่นำโดยเอนริเก ทาร์ริโอ อดีตหัวหน้ากลุ่มขวาจัด พราวด์บอยส์ และมีผู้ถูกจับกลุ่มหลายคน
ที่แอลเอ เทเรซา กันเนลล์ ผู้ร่วมชุมนุมวัยเกษียณ บอกว่า ที่ไปร่วมชุมนุมเพราะคิดว่า ทุกคนต้องออกมาต่อต้านระบอบอำนาจนิยม ฟาสซิสม์ และความโลภ โดยกล่าวหาว่า ทุกอย่างที่ทรัมป์ทำมีแต่ทำให้ตัวเองรวยขึ้น ขณะที่คนอเมริกันทั่วไปต้องสูญเสียผลประโยชน์
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า มีผู้ถูกจับกุม 2 คนจากการทำร้ายเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางระหว่างที่ผู้ก่อจลาจลราว 1,000 คนล้อมอาคารรัฐบาลกลาง และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 คน
นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแอลเอยังแถลงว่า จับกุมผู้ประท้วงหลายคนที่ไม่ยอมออกจากบริเวณใกล้เรือนจำ เจ้าหน้าที่ยังต้องยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชน หลังจากผู้ประท้วงบางคนขว้างปาสิ่งของข้ามแนวกั้น
แกนนำจัดการชุมนุมกล่าวว่า มีผู้เข้าร่วมต่อต้านทรัมป์และลงทะเบียนเข้าร่วมเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงในรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกันอย่างไอดาโฮ ไวโอมิง มอนแทนา และยูทาห์
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสส์ล่าสุดยังพบว่า คะแนนนิยมของทรัมป์ดิ่งลงอยู่ที่ 36% ต่ำที่สุดนับจากกลับเข้าสู่ทำเนียบขาว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่น่ากังวลเนื่องจากการเลือกตั้งกลางเทอมกำลังจะจัดขึ้นปลายปีนี้
ทั้งนี้ การชุมนุมโน คิงส์ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันเกิดทรัมป์ โดยประเมินว่า มีผู้เข้าร่วมราว 4-6 ล้านคนใน 2,100 จุดทั่วอเมริกา ส่วนครั้งที่สองจัดขึ้นในเดือนต.ค. และประเมินว่า มีผู้เข้าร่วม
ประมาณ 7 ล้านคนในกว่า 2,700 เมือง ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมจากคนจำนวนมากที่จี เอลเลียต มอร์ริส ผู้สื่อข่าวชื่อดังเป็นผู้เผยแพร่
สำหรับการชุมนุมล่าสุดมีเป้าหมายเพื่อต่อต้านสงครามที่อเมริกาและอิสราเอลก่อขึ้นกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมาถึง 4 สัปดาห์และยังไม่มีวี่แววยุติลงเร็วๆ นี้