ระนอง- การปรับราคาน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อเนื่อง ชาวระนอง ออกมาเติมน้ำมันกันเต็มถัง หลังทราบข่าวขึ้นราคาน้ำมันกันกลางดึก เกษตรกรสะท้อนบอกถึงรัฐบาลว่า ควรออกมาช่วยเหลือประชาชนได้แล้ว อย่าบอกว่า รวยจนไม่ไหว ขณะนี้ประชาชนในช่วงวิกฤต
เมื่อกลางดึก วันที่ 30 มีนาคม 2569 ทันทีที่เริ่มมีข่าวสารในสื่อออนไลน์ว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติ ปรับลดการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซินลงอีก ส่งผลให้ราคาขายปลีก ปตท.และบางจาก ปรับขึ้นราคา น้ำมันดีเซล ลิตรละ 1.80 บาท ส่วนน้ำมันเบนซิน ลิตรละ 1 บาท มีผลตั้งแต่ 31มีนาคม2569 เวลา 05.00 น.
ชาวระนองต่างนำรถยนต์ ออกมาเติมน้ำมันกันกลางดึก จากบรรยากาศที่เงียบเหงาในเวลากลางคืน กลับมาคึกคักเป็นพิเศษ โดยที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาตำบลบางนอน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเพียงปั๊มเดียวในจังหวัดระนอง รถยนต์ประเภทต่าง ทั้งรถยนต์เก๋งส่วนบุคคล รถกระบะ หรือแม้กระทั่งรถพ่วงลาก 24 ล้อ ต่างมาเข้าคิวเติมน้ำมันกันต่อเนื่อง มีบางส่วนที่เกษตรกรนำแกลลอน 5 ลิตร มาเติมน้ำมันด้วย โดยทุกคันส่วนใหญ่น้ำมันใกล้จะหมดจึงเติมเต็มถังทุกคัน
ซึ่งราคาน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.และบางจาก ในจังหวัดระนอง ในช่วงเช้าวันอังคาร จะปรับราคาขึ้นเป็น น้ำมันดีเซลลิตรละ 41.25 บาท,น้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์95 ลิตรละ 42.56บาท,น้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 42.19บาท,น้ำมันเบนซิน E20 ลิตครละ 37.56บาท
นายวีระชัย นิลยัง อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.บางนอน อ.เมืองระนอง จ.ระนอง กล่าวว่า ไม่รู้จะอย่างไรแล้ว ราคาเท่าไหร่ก็ต้องเติม ไม่รู้จะฝากอะไรรัฐบาลแล้วครับ น้ำมันราคาขึ้นทุกอย่างก็แพงหมด ต้นทุนชีวิตชาวบ้านเริ่มจะแบกไม่ไหว ถือว่าเป็นความโชคร้ายของรัฐบาล ที่เข้ามาอยู่ในช่วงภาวะสงครามพอดี
นายเอกชัย วงศ์จีน อายุ 38 ปี อาชีพขับรถบรรทุกพ่วงลาก กล่าวว่า รู้ว่าน้ำมันขึ้นราคาจากสื่อโซเชียลจึงเติมน้ำมันเสียก่อน แม้จะไม่มากมายแต่ก็ยังดี ไม่รู้จะฝากอะไรไปถึงรัฐบาล เพราะมันเดือดร้อนกันหมด หวังว่าจะเป็นแบบนี้ไม่นานสักเท่าไหร่ หากเป็นอยู่เช่นนี้นานๆคงไม่ไหว
นายชัยศักดิ์ สิงห์กฤตยา อายุ 70 ปี อาชีพเกษตรกร กล่าวถึงสาเหตุที่ต้องออกมาเติมน้ำมันกลางดึกว่า ราคาน้ำมันก็อัพกันขึ้นมาเยอะ น้ำมันดีเซลตั้ง 1บาท80สตางค์ ก็ถือว่าเติม30-40 ลิตร ก็ได้เพิ่มมาอีกตั้ง 1 ลิตร วิ่งได้ไกลประมาณ 12 ก.ม. บอกถึงรัฐบาลว่า ควรออกมาช่วยเหลือประชาชนได้แล้ว อย่าบอกว่า รวยจนไม่ไหว ไม่ไหว อย่างน้อยให้ช่วยลดราคาภาษีสรรพสามิตลงหน่อย อย่างน้อยก็จะได้ช่วยชาวบ้านสัก 5 บาท ก็จะช่วยได้เยอะ จริงๆแล้วภาษีสรรพสามิตก็ 7 บาทกว่าในขณะนี้ ก็เก็บสัก 2 บาท ลดราคาให้ประชาชนสัก 5 บาท ถือว่าช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤติ ถ้าไม่ช่วยประชาชน ค่าแรงก็เท่าเดิม สินค้าอื่นก็ขยับตัวขึ้นทุกชนิด แม้แต่น้ำดื่มถัง 20 ลิตร ก็ขึ้นราคามาถังละ 15 บาทจากราคาเดิม 11 บาท
ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วที่ไม่ขึ้นราคา สินค้าทุกอย่างขยับตัวขึ้นราคากันหมด ร้านค้าบางทีก็เอาของเก่ามาขึ้นราคา พาณิชย์จังหวัดก็ไม่ตรวจสอบเลย จริงๆแล้วสมควรที่จะต้องตรวจสอบว่าสินค้านี้ เป็นของใหม่หรือเปล่าหรือเป็นสินค้าสต็อคเก่าเอามาขึ้นราคา อย่างน้อยก็ช่วยชาวบ้านได้บ้าง
ซึ่งก็ไม่เห็นว่าท่านพาณิชย์จังหวัดจะขยับอะไร ไม่เคยเห็นเลย ว่าท่านจะไปตามร้านค้า รวมทั้งหน่วยงานต่างๆผมว่าน่าจะออกมาช่วยชาวบ้านในยามวิกฤตเช่นนี้ ผมจึงบอกว่าในช่วงวิกฤติหันมาดูประชาชนบ้าง อย่ามองเห็นแต่นายทุนเพียงอย่างเดียว นายทุนเค้าไม่หนักอยู่แล้ว แต่ชาวบ้านนี้แหละที่ลำบาท