ค่ำวันวานคอกีฬาชาวไทยสะใจกันไปตามๆกัน เมื่อทัพช้างศึกโชว์พลังแข้งด้วยการพลิกนรกเชือดนักเตะ “มรกตสีเขียว”เติกร์เมนิสถานกรุยทางสู่รอบสุดท้ายเอเชียนคัพ 2027ไปอย่างสุดมันส์
ที่สำคัญก่อนเกมการแข่งขันจะระเบิดขึ้น หากพิจารณาถึงสภาวการณ์และโอกาสในการเข้ารอบจะเห็นได้ว่าทีมเติร์กเมนิสถานเป็นต่อทัพไทยอยู่พอสมควร
ขณะเดียวกันหากส่องไปที่ทัพนักเตะไทย โดยเฉพาะการเตรียมการภายใต้การได้มาซึ่งขุมกำลังนักเตะที่กุนซือเมืองผู้ดีมองว่าเขาเหล่านั้นไม่ว่ารุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่เขาคือผู้คู่ควรกับการรับใช้ชาติ
อย่างไรก็ตามสำหรับเกมกีฬาลูกกลมๆที่มีลมข้างใน ตราบใดที่เสียงนกหวีดของสิงห์เชิ้ตดำในสนามยังไม่ดังขึ้นอะไรๆก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน
การที่ทัพช้างศึกทำได้และก้าวถึงฝันด้วยการสร้างความสุขและความสะใจให้คนไทยทั้งประเทศในครั้งนี้ หากมองในแง่ของมูลค่าเพิ่มที่จะตามมาต้องยอมรับว่าเกินที่จะประมาณได้
และหนึ่งในมูลค่าเพิ่มที่ทัพนักเตะภายใต้การกุนซือของหัวหน้าโค้ชจากแดนผู้ดี “แอนโธนี่ ฮัดสัน” รังสรรค์ให้เห็นคงหนีไม่พ้นเรื่องของการทวงคืนศักดิ์ศรี และสร้างรอยยิ้ม ความศรัทธาให้กับแฟนบอลพันธุ์แท้อีกวาระ
ความมุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อคว้าชัยในนัดชี้ชะตาภายใต้ความกดดันของทุกภาคส่วนของนักเหล่านักเตะในครั้งนี้เชื่อว่าก่อนที่โอกาสแห่งความสำเร็จจะมาถึงผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสต๊าฟโค้ช ตลอดจนฝ่ายเทคนิคและนายใหญ่สมาคมกีฬาลูกหนังล้วนแล้วแต่ทุ่มกันสุดๆ
วันนี้เมื่อทีมชาติไทยทำได้และสร้างความสุขให้คนไทยภายใต้ความผันผวนของสถานการณ์โลกตลอดจนราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆก็ตามแต่เมื่อนักเตะผนึกพลังร่วมสร้างชื่อให้ประเทศและก้าวตามฝันได้สำเร็จ ก็หวังว่าคอลูกหนังทั่วทิศ ซึ่งเปรียบเสมือนผู้เล่นคนที่ 12 และเป็นผนังทองแดงที่คอยเคียงข้างนักเตะเสมอมาก็ควรจะชื่นชมและแสดงยินดีกับโอกาสได้มา
และเหนืออื่นใดหนึ่งในมิติของความสำเร็จที่ควรชื่นชมคือการมองไกลและ “กึ๋น” ของกุนซือ “แอนโธนี ฮัดสัน” ที่เจียรนัยคัดสรรขุมกำลังนักเตะได้อย่างลงตัวยิ่ง
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร