วันที่ 2 เมษายน 2569 สืบเนื่องจาก พล.ต.ต.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ผู้บังคับการสำนักงานนโยบายตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวโทษดำเนินคดีอาญาต่อ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปมคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนโดยระบุเนื้อหาในคำสั่งอันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความเสียหาย โดยเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด พล.ต.ต.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ หรือ ผู้การไก่ นายพลตำรวจคนดัง ได้กล่าวว่า เหตุที่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อพล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2563 กรณีพนักงานสอบสวน สภ.พัทยาได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดี โดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ตร. ที่ 419/2556 โดยไม่ได้รายงานคดีให้แก่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ทราบ เป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีในขณะนั้น ต่อมาพล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้ใช้อำนาจตนเองในการออกคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวน โดยระบุเนื้อหาในคำสั่งแต่งตั้งในเชิงบิดเบือนข้อเท็จจริงเป็นความเท็จ โดยจงใจใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้งตนโดยออกหมายเรียกตนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อตนได้ตรวจสอบคำสั่งแล้ว พบว่าเป็นความเท็จ จึงจำเป็นที่ต้องใช้สิทธิโดยสุจริต ปกป้องสิทธิของตนเองตามกฎหมาย โดยเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในเขตอำนาจเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ในความผิดอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162, 157, 90, พรป.ปปช. มาตรา 172 โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย ตามบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีอาญา ลำดับ 20 ฉบับลงวันที่ 1 เมษายน 2569 สภ.เมืองชลบุรีแล้ว
ผู้การไก่กล่าวว่า ตนขอสื่อสารไปถึงพี่น้องวงการตำรวจทุกท่าน หากเห็นว่าเป็นการกดขี่ข่มเหง และใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเอง มิฉะนั้นจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี เพราะมีผลกระทบต่อเกียรติยศชื่อเสียงที่สั่งสมมา โดยเฉพาะ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เจตนาประสงค์ต่อผลโดยจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบหลายประการ กลั่นแกล้งตนเอง ก่อให้เกิดความเสียหาย ขนาดตนรับราชการตำรวจระดับนายพลตำรวจด้วยกัน ยังบังอาจกระทำฝ่าฝืนกฎหมายมาทำกับตน แล้วหากเป็นพี่น้องประชาชนจะอยู่กันอย่างไร แบบนี้ตนยอมไม่ได้ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย เพราะประเทศปกครองระบบนิติรัฐ การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง
การใช้สิทธิกล่าวโทษในคดีอาญา กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าพนักงานของรัฐกระทำความผิดอาญาในการใช้อำนาจหน้าที่ กฎหมายกำหนดให้อยู่ในอำนาจการไต่สวนของ ป.ป.ช.ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ประกอบระเบียบ ป.ป.ช.ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์แล้ว มีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งปวงเพื่อส่งให้แก่เลขาธิการ ป.ป.ช.ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องทุกข์ เพื่อให้ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีคำสั่งชี้มูลความผิด ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน หากเป็นเจ้าพนักงานของรัฐใช้อำนาจเกินขอบเขตและจงใจกลั่นแกล้งบุคคลอื่น ต้องได้รับผลกรรมที่ก่อกรรมไว้กับคนอื่น ตนขอฝากว่า “ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนานอยู่ตลอดไป”