ศูนย์ข่าวศรีราชา- พิษน้ำมันราคาพุ่ง ทำท่องเที่ยวพัทยาเหงา ชายหาดเงียบในพริบตา ผู้ประกอบการเรือโดยสาร- เจ็ตสกี- สปีดโบ๊ทต้องนำเรือจอดนิ่งไม่กล้าปรับราคาคาบริการ ท่ามกลางสถานการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวลดต่อเนื่อง
จากสถานการณ์ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊มที่ปรับตัวสูงขึ้นแบบวันเว้นวัน ที่ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนการผลิตในทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ภาคการท่องเที่ยวแหล่งสร้างรายได้สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองพัทยา ที่ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก แต่ในวันนี้กลับเงียบเหงาในพริบตา
และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดพัทยาในวันนี้ ( 4 เม.ย.) พบว่าบรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบเหงา ผู้ประกอบการเจ็ตสกี ที่เคยนำเรือมาจอดรอให้บริการนักท่องเที่ยวในทุกวันกลับอยู่ในสภาพจอดนิ่งไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการเหมือนช่วงก่อน ส่งผลให้ชายหาดพัทยากลาง ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด
นายชูศักดิ์ ยอดมณี ผู้ประกอบการเจ็ตสกีชายหาดพัทยากลาง บอกว่าปัจจุบันจำนวนลูกค้าลดลงอย่างมากแม้ผู้ประกอบการจะยังคงตรึงราคาค่าบริการเดิมที่ชั่วโมงละ 1,200 บาท และยอมแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นไว้แทน
เช่นเดียวกับบรรยากาศบริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา ที่พบว่าผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ท เรือโดยสารและเรือนำเที่ยวต่างนำเรือเข้าจอดเทียบท่าเพื่อรอให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะล้าน แต่ก็พบว่าปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด
น.ส. สุพัตตรา จันทร ผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ท บอกว่าแม้ต้นทุนค่าน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้นแต่ผู้ประกอบการก็ยังคงตรึงราคาค่าโดยสารเรือไว้ที่ 150 บาทต่อคนต่อเที่ยว เพื่อไม่ให้กระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวมากนัก
“ ในช่วงนี้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องแบกรับภาระต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นไปก่อน และอาจพิจารณาปรับราคาค่าบริการในอนาคตหากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง สรภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวที่เริ่มชะลอตัวลงก็เข้าใจได้ว่าเป็นไปตามภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น” น.ส.สุพัตตรา กล่าว