xs
xsm
sm
md
lg

ชีวิตบัดซบ! อดีตเจ้าของร้านอลูมิเนียมชื่อดังเมืองขอนแก่น ถูกคนใกล้ตัวหักหลังจนต้องเร่ร่อนนอนตามศาลา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุดรธานี – เรื่องราวสุดสะเทือนใจของชายวัย 43 ปี อดีตเจ้าของกิจการอลูมิเนียมชื่อดังในจังหวัดขอนแก่น ที่ครั้งหนึ่งเคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิต มีทั้งเงินทอง ลูกน้อง แต่ถูกเมียและลูกน้องหักหลัง จนสิ้นเนื้อประดาตัว กลายเป็นคนเร่ร่อน ใช้ชีวิตอย่างลำบากที่ อ.บ้านดุง ล่าสุดนายก ทต.บ้านดุงยื่นมือให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น


ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณศาลาสนามทุ่งศรีเมือง หลังได้รับแจ้งจากนายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง จ.อุดรธานี พบชายร่างผอมโซ นอนซุกตัวอยู่บนเสื่อเก่าๆ ข้างกายมีเพียงถุงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ทราบชื่อคือ “ช่างต้น” นายชรายุทธ นามใหม่ อดีตเจ้าของร้าน “ต้นทองอลูมิเนียม” ที่เคยสร้างชื่อมานานกว่า 9 ปี จากคนที่เคยจับเงินหลักล้าน กลับเหลือเพียงเหรียญติดตัวไม่กี่บาท และร่างกายที่อ่อนแรงลงทุกวัน

ภาพตรงหน้าทำให้ยากจะเชื่อว่า ชายคนนี้เคยเป็นเสาหลักของครอบครัว เคยเป็นนายจ้างที่ลูกน้องเคารพ และเคยเป็นคนที่มีอนาคตรออยู่ข้างหน้าอย่างสดใส

ช่างต้น เปิดใจทั้งน้ำตาว่า จากคนที่เริ่มต้นชีวิตด้วยเงินเพียงไม่กี่ร้อย กัดฟันสู้จนสร้างเนื้อสร้างตัวได้ทุกอย่าง แต่กลับต้องมาสูญเสียทุกสิ่งในเวลาไม่นาน หลังล้มป่วยด้วยโรคเบาหวานและวัณโรค ร่างกายที่เคยแข็งแรงเริ่มทรุดโทรม งานที่เคยรับก็ต้องหยุดลง รายได้หายไปในพริบตา ซ้ำร้ายยังถูกภรรยาและลูกน้องที่เคยไว้ใจ หักหลัง หลอกเอาเงินจนหมดตัว ทิ้งให้เขาเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง

“เสียใจมาก…ไม่คิดว่าชีวิตจะมาถึงจุดนี้ เคยมีทุกอย่าง แต่วันนี้ไม่เหลืออะไรเลย” ช่างต้นพูดทั้งน้ำตา เสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “บางคืนมันมืดไปหมด เคยคิดสั้นหลายครั้ง เพราะสิ่งที่เราสร้างมากับมือ มันหายไปต่อหน้าต่อตา”
เจ้าตัวยังเผยอีกว่า เมื่อ 2 ปีก่อน เคยเดินทางมาไหว้พ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมที่คำชะโนด ด้วยความศรัทธา ขอให้ชีวิตก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่เมื่อโชคชะตาพลิกผันจนถึงจุดตกต่ำที่สุดในชีวิต เขาจึงตัดสินใจขับรถจากขอนแก่น กลับมายังบ้านดุงอีกครั้ง เพื่อรักษาตัว และหวังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เพราะ “ที่ขอนแก่น…ไม่เหลือใครแล้วจริงๆ”


ด้านนายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง เปิดเผยว่า พบช่างต้นโดยบังเอิญ ระหว่างลงพื้นที่เตรียมงานสงกรานต์ ภาพชายคนหนึ่งนอนป่วยอยู่บนศาลา ทำให้ต้องเดินเข้าไปสอบถาม “ตอนแรกตั้งใจจะช่วยเปลี่ยนแบตเตอรี่รถให้ จะได้ขับกลับบ้าน แต่แกบอกว่าไม่กลับแล้ว เพราะไม่มีใครรออยู่ที่นั่น” คำพูดสั้นๆ แต่สะเทือนใจคนฟังอย่างมาก

เมื่อตรวจสอบประวัติการรักษา พบว่าแม้จะป่วยด้วยโรคร้ายแรง แต่ยังอยู่ในขั้นที่สามารถรักษาได้ จึงเร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมวางแผนช่วยเหลือระยะยาว

“แกอยากขายรถกระบะในราคา 40,000 บาท ผมก็จะช่วยซื้อไว้ ให้แกมีเงินตั้งต้น ไปเช่าห้องดีๆ อยู่ ไม่ต้องนอนศาลาแบบนี้ และจะดูแลเรื่องการรักษาให้ต่อเนื่อง” นายวีระพลกล่าวด้วยความห่วงใย

(แฟ้มภาพ)ช่างต้น สมัยยังดูแลกิจการร้านอลูมิเนียมที่ขอนแก่น
นอกจากนี้ ช่างต้นยังเอ่ยปากขอให้นายกช่วยเป็นเสมือนญาติคนหนึ่งในชีวิต ซึ่งนายกก็รับปากทันที พร้อมย้ำว่าจะไม่ปล่อยให้ชายคนนี้ต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังอีกต่อไป โดยเตรียมจัดหาที่พักที่เหมาะสม และประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด

“เป้าหมายคืออยากให้เขามีชีวิตใหม่ เขายังมีฝีมือช่าง ถ้าร่างกายกลับมาแข็งแรง เชื่อว่ายังสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง” นายวีระพลย้ำ

แฟ้มภาพ
เรื่องราวของช่างต้น สะท้อนให้เห็นว่า ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน จากคนที่เคยมีพร้อมทุกอย่าง อาจเหลือเพียงความว่างเปล่าในพริบตา แต่ในความมืดมนที่สุดของชีวิต ยังมีแสงเล็กๆ จากน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ ที่ยื่นมือเข้ามาในวันที่ไม่มีใคร และบางที…แค่ “โอกาสเล็กๆ” กับ “คนที่ไม่ทอดทิ้งกัน” ก็อาจเพียงพอให้คนคนหนึ่ง ได้ลุกขึ้นเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แม้จะต้องเริ่มจากศูนย์…แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีโอกาสได้เริ่มเลย