เอเอฟพี -สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามรายงานว่าเศรษฐกิจของประเทศเติบโต 7.83% ในไตรมาสแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่กำลังเผชิญกับความยากลำบากมากมาย เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
การเติบโตในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นจาก 7.07% ของปีก่อน หลังจากที่ภาคการผลิตอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และภาคบริการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงเทศกาลวันตรุษ
รายงานระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันผันผวนอย่างรุนแรง ขัดขวางห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ
สำนักงานสถิติแห่งชาติยังระบุว่า การส่งออกของประเทศที่เป็นศูนย์กลางการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 24.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 33.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยรวมแล้วการส่งออกเพิ่มขึ้น 19.1% เป็น 122.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากไตรมาสแรกของปี 2568 ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 27% เป็น 126.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่าจีนเป็นแหล่งนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม
รัฐมนตรีช่วยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามกล่าวว่าปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศในปัจจุบันเพียงพอต่อความต้องการด้านการผลิตและการบริโภคไปจนถึงสิ้นเดือนเม.ย. 2569
ด้านผู้อำนวยการสำนักงานสถิติระบุว่าเวียดนามเผชิญกับความยากลำบากและความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากเศรษฐกิจแบบเปิดกว้างของประเทศกำลังเผชิญกับผลกระทบซ้อนทับจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนในขณะที่เข้าสู่ไตรมาสที่ 2
เวียดนามปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 44,780 ด่งต่อลิตร (ประมาณ 55.51 บาท) เพิ่มขึ้นมากกว่า 140% นับตั้งแต่ปลายเดือนก.พ.
ส่วนราคาน้ำมันเบนซินธรรมดาปรับขึ้นมากกว่า 28% เป็น 26,970 ด่งต่อลิตร (ประมาณ 33.43 บาท)
ฮานอยได้ดึงเงินจากกองทุนฉุกเฉินเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและยกเลิกภาษีสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรเทาแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน
เวียดนามตั้งเป้าที่จะขยายเศรษฐกิจอย่างน้อย 10% ในปีนี้ และพยายามที่จะเป็นประเทศรายได้ปานกลางภายในปี 2573.