xs
xsm
sm
md
lg

หมดกันแชมป์โลก 4 สมัย / คอลัมน์ “Final Whistle" โดย "ผู้เล่นคนที่ 12"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



คอลัมน์ “Final Whistle" โดย "ผู้เล่นคนที่ 12"

อิตาลี แชมป์โลก 4 สมัย พลาดโอกาสเข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายสมัยที่ 3 ติดต่อกัน หลังพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษให้กับ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา ที่ผ่านมาไม่เคยมีแชมป์โลกทีมใดเคยพลาดการเข้าร่วมฟุตบอลโลก 3 สมัยติดต่อกันมาก่อน โดยก่อนหน้านี้ก็พลาดมาแล้วทั้งในปี 2018 ที่รัสเซีย และ 2022 ที่กาตาร์

นับตั้งแต่คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 เมื่อปี 2006 ที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพ จากนั้น อิตาลี ก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในรายการระดับนานาชาติ โดยไม่สามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ทั้งในปี 2010 และ 2014 กับการเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

อิตาลี เอาชนะ อังกฤษ ในรอบชิงชนะเลิศยูโร 2020 แต่เมื่อนำเทียบกับภาพรวมแล้ว สิ่งนี้ก็ดูจะไม่น่าปลาบปลื้มสักเท่าไหร่

อดีตมิดฟิลด์พันธุ์หมาบ้าอย่าง เจนนาโร กัตตูโซ่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของ อิตาลี ในครั้งสุดท้ายที่พวกเขาคว้าแชมป์โลกในปี 2006 ได้เข้ามาแทนที่ ลูเซียโน่ สปัลเล็ตติ ในตำแหน่งผู้จัดการทีมหลังจากผ่านไปสองเกมในรอบคัดเลือก เวิลด์ คัพ 2026

สปัลเล็ตติ ซึ่งนำ อิตาลี ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างน่าผิดหวังในยูโร 2024 ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังจากแพ้ นอร์เวย์ 3-0 ในเดือนมิถุนายน แต่กุนซือวัย 66 ปีก็ยังคงคุมทีมต่อไป

ถึงกระนั้นสิ่งที่ สปัลเล็ตตติ ทิ้งเอาไว้ส่งผลให้ กัตตูโซ่ และ อิตาลี ก็ยังต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากในการผ่านเข้ารอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ แม้จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเหมาะสมของเขาสำหรับบทบาทนี้ แต่เขาก็คว้าชัยชนะติดต่อกันถึง 5 เกม โดยชนะเอสโตเนียและอิสราเอลถึงสองครั้ง และชนะมอลโดวาอีก 1 เกม

อย่างไรก็ตามแม้กระทั่งก่อนที่จะพ่ายแพ้ให้กับ นอร์เวย์ 4-1 อิตาลี ก็ดูเหมือนว่าจะทำทีมจบดีที่สุดได้เพียงอันดับสองและต้องไปเล่นรอบเพลย์ออฟอยู่แล้ว

ย้อนไปตอน อิตาลี เอาชนะ ฝรั่งเศส ในรอบชิงชนะเลิศ เวิลด์ คัพ ปี 2006 ตอนนั้นพวกเขาคือทีมที่อาจกล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเลยก็ว่าได้

รากฐานของความสำเร็จนั้นวางไว้เมื่อสิบปีก่อนหน้านั้น เมื่อทีมชาติอิตาลีชุดอายุไม่เกิน 21 ปีของ เซซาเร มัลดินี คว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัยติดต่อกันระหว่างปี 1992 ถึง 1996

ความแข็งแกร่งของทีมชาติเกือบทุกชุดในเวลานั้นได้รับการสนับสนุนจากกฎในกัลโชเซเรียอาที่ห้ามสโมสรมีผู้เล่นที่ไม่ใช่ชาวยุโรปมากกว่า 3 คนลงสนามพร้อมกัน

แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในปี 1995 เมื่อกฎบอสแมนเข้ามา ซึ่งเป็นคดีที่ต่อสู้เพื่อปรับปรุงสิทธิของผู้เล่นชาวยุโรป ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของฟุตบอลในทวีปยุโรปอย่างมาก ทำให้มีผู้เล่นต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเล่นในเซเรียอาในช่วงปลายศตวรรษ ซึ่งทำให้ผู้เล่นชาวอิตาลีรุ่นใหม่ยากที่จะได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของสโมสรชั้นนำในประเทศของตน

แถมอะคาเดมี่ในอิตาลีผลิตนักเตะไม่เพียงพอ หรือนักเตะที่พร้อมจะลงเล่นในทีมชุดใหญ่ไม่มี วิธีการใช้จ่ายเงินของสโมสรในอิตาลีก็ไม่เหมือนกับลีกยุโรปประเทศอื่นๆ

แทบไม่มีสโมสรยักษ์ใหญ่ของอิตาลีทีมใดติดอันดับท็อป 10 ในรายชื่อสโมสรที่สร้างรายได้สูงสุดของโลกจาก Deloitte บริษัทตรวจสอบบัญชีชื่อดังของโลก ต่างกับสโมสรในพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่ได้รับประโยชน์จากข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์การถ่ายทอดทางโทรทัศน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และลีกอื่นๆ ในยุโรปก็ดึงดูดการลงทุนมากกว่า

นอกจากนี้หลายทีมในอิตาลียังล้มเหลวในการปรับปรุงสนามให้ทันสมัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้เชิงพาณิชย์อีกด้วย บางสโมสรชั้นนำของลีกรายงานการขาดทุนจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลเสียต่อการลงทุนในอนาคต

จากนี้ดูเหมือนว่าอิตาลียังมีอะไรต้องแก้ไขอีกมากเพื่อให้กลับไปสู่จุดที่เคยเป็นบนเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งแน่นอนว่าหนทางนี้ดูแล้วยากไม่น้อยเลยทีเดียว