xs
xsm
sm
md
lg

ประเทศไทยกับกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จากกระแสที่รัฐบาลจะมีการแยกกีฬาออกมาจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ล่าสุดเมื่อคลี่ไปดูสาระในคำแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2 โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจพบว่าแนวโน้มที่รัฐบาลจะแยกกีฬาออกมาจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้น่าจะมีความเป็นไปได้

ที่สำคัญเพราะในคำแถลงนโยบายด้านเศรษฐกิจข้อ 5 ด้านการท่องเที่ยว 5.1 ระบุสาระไว้ว่า “ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมขอของประเทศ โดยออกกฎหมายเพื่อนำภารกิจด้านการท่องเที่ยวเป็นภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรมควบคู่กับการส่งเสริมอัตลักษณ์และความหลากหลายทางทางภาษาที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม...”

ด้วยเหตุนี้จึงพอจะสรุปได้ว่าเมื่อรัฐบาลนำการท่องเที่ยวมารวมกับกระทรวงวัฒนธรรมการกีฬาก็ต้องแยกออกมาอย่างแน่นอน

แต่เมื่อแยกหรือจัดระบบราชการด้วยการจัดตั้งกระทรวงใหม่วันนี้ จึงยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าการกีฬาจะไปอยู่ในสังกัดใด หรืออนาคตการกีฬาอาจจะแยกออกมาเป็นกระทรวงกีฬาโดยเฉพาะหรือควบรวมกับกิจการอื่น

อย่างไรก็ตามจากกระแสและปรากฎการณ์ดังกล่าวในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อรัฐบาลอนุทิน 2 มีอำนาจเข้าไปบริหารกิจการบ้านเมืองอย่างเต็มรูปแบบสังคมไทยโดยเฉพาะคนในวงการกีฬาก็อาจจะเห็นทิศทางอนาคตเกี่ยวกับการจัดตั้งกระทรวงกีฬาก็เป็นได้

ต่อกรณีอนาคตกับการแยกการกีฬาออกมาจัดตั้งเป็นกระทรวงกีฬา เมื่อย้อนไปดูความคิดเห็นของประชาชนหรือเจ้าของอำนาจอธิปไตยผ่านการสำรวจความคิดของ KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตที่ผนึกกับสถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) และเพจ บี บางปะกง เรื่อง “ประเทศไทยกับกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต” ระหว่างวันที่ 15 - 17 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

ในการสำรวจครั้งนั้นประชาชนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,286 คน ร่วมสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะในมิติของความคิดเห็นที่มีต่อการแยกกิจการกีฬาออกมาจัดตั้งกระทรวงกีฬา ส่วนใหญ่ร้อยละ 93.72 เห็นด้วยรองลงมาร้อยละ 4.28 ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 2.00 ไม่มีความคิดเห็น

​ขณะเดียวกันเมื่อถามถึง รูปแบบการบริหารจัดการของกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต ส่วนใหญ่ร้อยละ 79.88 เห็นว่าควรบริหารจัดการโดยแยกเป็นเอกเทศ รองลงมา ร้อยละ 16.10 บริหารจัดการโดยควบรวมกับกิจการที่เกี่ยวข้อง และอื่นๆร้อยละ 4.02

​สุดท้ายในโพลดังกล่าวเมื่อเจาะไปที่ประโยชน์ของการจัดตั้งกระทรวงกีฬา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 28.04 ชี้ว่ามีเอกภาพและทิศทางการบริหารจัดการที่ชัดเจน รองลงมา 26.20 เพิ่มศักยภาพการพัฒนาสู่เวทีโลก, ร้อยละ 18.11 เพิ่มศักยภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาและกีฬาอาชีพ, ร้อยละ 14.30 มีงบประมาณบริหารจัดการที่เพียงพอ, ร้อยละ 10.92 เพิ่มการพัฒนากีฬาชาติแบบองค์รวม และอื่นๆร้อยละ 2.43

​ จากผลการสำรวจของ KBU SPORT POLL มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต สะท้อนให้เห็นว่าการที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการแยกกิจการกีฬาออกมาจัดตั้งเป็นกระทรวงกีฬา ภายใต้การบริหารจัดการแบบเอกเทศอาจจะเป็นเพราะว่าการควบรวมการท่องเที่ยวและกีฬาดังที่เป็นอยู่อาจจะไม่ตอบโจทย์บริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน

และที่น่าสนใจหากมีการแยกกีฬาออกมาบริหารจัดการแบบเอกเทศ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับโดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพการพัฒนาสู่เวทีโลก รวมทั้งการเพิ่มศักยภาพการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาและกีฬาอาชีพและอื่นๆดังที่บางประเทศดำเนินการและประสบความสำเร็จมาแล้ว

​อย่างไรก็ตามมุมมองหรือเสียงสะท้อนของประชาชน จากผลการสำรวจดังกล่าว หากรัฐบาลใหม่ตระหนักและ
ให้ความสำคัญกับการที่จะแยกกิจการกีฬาออกมาเป็นอีกหนึ่งกระทรวงไม่ว่าจะแยกเป็นเอกเทศหรือควบรวมกับ
กิจการที่เกี่ยวข้องก็เชื่อว่าผลการสำรวจภายใต้มุมมองของประชาชนก็น่าจะเป็นหนึ่งในฐานข้อมูลที่รัฐบาลจะได้นำไปใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจได้เช่นกัน

​วันนี้หรืออนาคตเมื่อเจาะไปที่มิติที่เกี่ยวกับกิจการกีฬาการแยกกีฬาออกมาจัดตั้งเป็นกระทรวงจะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไรก็ไม่อาจจะคาดคะเนได้

แต่จากคำแถลงนโยบายที่สื่อมวลชนได้นำเสนอก่อนจะรัฐบาลจะแถลงต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการ ก็พอจะคาดเดาได้ว่าการท่องเที่ยวที่นำหน้าและทิ้งให้การกีฬาต้องตามหลังหรือเป็นลูกเมียน้อยมาอย่างต่อเนื่องก็จะไปควบรวมอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมอย่างแน่นอน

และเพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลประกอบในการพิจารณา โดยเฉพาะการแยกกิจการกีฬาไปจัดตั้งเป็นกระทรวง ในเร็วๆนี้ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตจะผนึกกับภาคีเครือข่ายจัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง “ ประเทศไทยกับกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต” และจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมกระชับวงล้อมปันความคิด อาทิ เจ้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ทรงคุณวุฒิทางการกีฬา ผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย นักวิชาการ และสื่อมวลชนเป็นต้น

ภายหลังการเสวนาก็จะมีการสรุปสาระสำคัญที่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ถกหรือนำเสนอและพร้อมกันนั้นเพื่อให้มีฐานข้อมูลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นคณะทำงานก็จะแนบผลการสำรวจความคิดเห็นจาก KBU SPORT POLL นมิติที่เกี่ยวข้องให้กับรัฐบาลไปประกอบการพิจารณาอีกทางหนึ่งด้วย

บทสรุปประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้รัฐบาล “หนู 2” ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุลจะมีการก่อการหรือบริหารจัดการแบบ “พลัสๆ” ด้วยการจัดตั้งกระทรวงกีฬาเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและส่งผลต่อดีการพัฒนากีฬาชาติดังที่ประเทศอื่นประสบความสำเร็จมาแล้วหรือไม่

เชื่อว่าอีกไม่นานวงการกีฬาไทยก็จะได้คำตอบ “เชื่อหนู”

รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร