รอยเตอร์ – นักบินอวกาศ 4 คนในภารกิจอาร์ทิมิส 2 ของนาซา สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการบินเข้าสู่ห้วงอวกาศลึกที่สุดเท่าที่เคยมีมาเมื่อวันจันทร์ (6 เม.ย.) ขณะที่ยานบินผ่านด้านไกลอันมืดมิดของดวงจันทร์ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก
ความสำเร็จของภารกิจนี้ที่ใช้วลา 6 ชั่วโมงในการสำรวจดวงจันทร์ด้านที่ปกติแล้วไม่สามารถมองเห็นได้จากโลก ได้รับการเน้นย้ำจากการสังเกตโดยตรงของนักบินอวกาศที่มองเห็นแสงวาบจากการพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ของอุกกาบาต
นักวิทยาศาสตร์กว่า 20 คนในห้องประชุมที่อยู่ติดกับห้องควบคุมภารกิจในศูนย์อวกาศจอห์นสันขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ที่ฮิวสตัน ร่วมกันบันทึกปรากฏการณ์บนพื้นผิวดวงจันทร์ของลูกเรืออาร์ทิมิสในยานโอไรออนแบบเรียลไทม์
การสำรวจดังกล่าวซึ่งยานโอไรออนที่มีขนาดพอๆ กับรถเอสยูวี โฉบเข้าใกล้พื้นผิวดวงจันทร์ในระยะ 4,700 ไมล์นั้น เกิดขึ้นในวันที่ 6 ของการท่องอวกาศ และเป็นการเดินทางของนักบินอวกาศที่เข้าใกล้ดวงจันทร์ครั้งแรกนับจากภารกิจอะพอลโลของนาซาในยุคสงครามเย็นเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
ในบรรดาภารกิจเหล่านั้นมี 6 ครั้งที่นักบินอวกาศ 2 ทีมได้ขึ้นไปบนดวงจันทร์ระหว่างปี 1969-1972 และมีมนุษย์เพียง 12 คนที่เคยลงไปเดินบนดวงจันทร์
อาร์ทิมิสเล็งฟื้นความสำเร็จนั้นอีกครั้งในปี 2028 ก่อนเป้าหมายขึ้นสู่ดวงจันทร์ครั้งแรกของจีน และรองรับการคงอยู่บนดวงจันทร์ระยะยาวของอเมริกาในทศวรรษหน้า ซึ่งรวมถึงการสร้างฐานปฏิบัติการเพื่อปูทางสู่ภารกิจเยือนดาวอังคารที่อาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
นอกจากนั้น ในภารกิจนี้ อาร์ทิมิส 2 ยังสร้างข้อมูลใหม่จำนวนมหาศาลให้นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับดวงจันทร์นำไปศึกษาต่อ หนึ่งในนั้นคือแสงวาบจากแรงกระแทกของอุกกาบาตที่บันทึกได้ระหว่างการบินผ่านดวงจันทร์เมื่อวันจันทร์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายประกายไฟและเส้นแสงที่นักบินอวกาศของอะพอลโลเคยเล่าไว้
นักบินอวกาศทั้งสี่เริ่มต้นวันที่ 6 ของการเดินทางสู่อวกาศด้วยการตื่นขึ้นมาในเช้าวันจันทร์พร้อมข้อความที่บันทึกไว้ล่วงหน้าจากจิม โลเวลล์ อดีตนักบินอวกาศนาซาที่เสียชีวิตเมื่อปีที่แล้วขณะอายุ 97 ปี และเคยร่วมภารกิจเยือนดวงจันทร์กับอะพอลโล 8 และอะพอลโล 13
“ยินดีต้อนรับสู่ถิ่นเก่าของผม วันนี้เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ ผมรู้ว่า พวกคุณคงยุ่งมาก แต่อย่าลืมชมวิว ขอให้โชคดีและเดินทางปลอดภัย”
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ลูกเรือที่ประกอบด้วยนักบินอวกาศอเมริกัน 3 คนคือ รีด ไวส์แมน, วิกเตอร์ โกลเวอร์ และคริสตินา คอช และเจเรเมี แฮนเซน จากแคนาดา ได้สร้างประวัติศาสตร์การเดินทางในอวกาศด้วยการเดินทางไกลจากโลกมากกว่าที่มนุษย์คนใดเคยทำมาด้วยระยะทางถึง 252,756 ไมล์ จากสถิติเดิมราว 248,000 ไมล์ในปี 1970 ของอะพอลโล 13
นอกจากนั้น ลูกเรือยังได้เห็นภูมิประเทศหลายจุดบนดวงจันทร์ที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ในภารกิจอะพอลโล
ขณะที่ยานอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ นักบินอวกาศได้ถ่ายภาพช่วงเวลาหายากที่โลกซึ่งดูเล็กลงมากจากระยะทางที่ไกลเป็นประวัติการณ์ ค่อยๆ ตกลับขอบฟ้าและโผล่ขึ้นอีกครั้งเหนือขอบฟ้าของดวงจันทร์ระหว่างที่ยานโคจรอ้อมดวงจันทร์ กลายเป็นภาพปรากฏการณ์ท้องฟ้าแบบย้อนกลับที่น่าอัศจรรย์ จากปกติที่มนุษย์มองจากโลกและเห็นภาพดวงจันทร์ขึ้นและตก
ระหว่างการสำรวจในวันจันทร์ นักบินยังอยู่ในความมืดมิดและขาดการติดต่อนาน 40 นาที เนื่องจากดวงจันทร์บังสัญญาณระหว่างลูกเรือกับเครือข่ายดีปสเปซของนาซา ซึ่งเป็นระบบเสาอากาศวิทยุขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทั่วโลกและใช้สำหรับติดต่อกับลูกเรือ
ภายหลังภารกิจดังกล่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความยินดีกับลูกเรือทั้ง 4 คนผ่านลิงก์เสียงจากทำเนียบขาว ขณะที่นักบินอวกาศไลฟ์สดจากอวกาศ โดยผู้นำสหรัฐฯ ยกย่องว่า ประวัติศาสตร์บทใหม่นี้ทำให้คนอเมริกันภาคภูมิใจอย่างมาก และจะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับทั่วโลก