xs
xsm
sm
md
lg

แก้น้ำมันแพง “เสี่ยหนู” ปิด-เปิดปั๊มเป็นเวลา! สั่งวันนี้ ประชาชนรับกรรมเมื่อวาน! ** “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ธีมชำแหละนโยบาย “รัฐบาลอนุทิน 2”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ แก้น้ำมันแพง “เสี่ยหนู” ปิด-เปิดปั๊มเป็นเวลา! สั่งวันนี้ ประชาชนรับกรรมเมื่อวาน!

“เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กับการบริหารแบบลองผิดลองถูก เพราะทั้งองคาพยพของรัฐบาลไม่มีใครรู้จริง ต้องรอศึกษาก่อน ระหว่างนี้ก็โยนภาระให้ประชาชน ไปเสี่ยงดวงกับนโยบาย และมาตรการแก้ปัญหาน้ำมันของรัฐบาล

ล่าสุด "เสี่ยหนู" อนุทิน เตรียมจะสั่งเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันเป็นเวลา บอกว่าเป็นมาตรการประหยัดพลังงาน หลังสงกรานต์ประชาชนได้เจอแน่

สูตร “22.00 - 05.00 น.” ไม่ใช่เวลาเคอร์ฟิวหนีผีที่ไหน แต่คือเวลา "ห้ามเติมน้ำมันบางชนิด" ที่ “เสี่ยหนู” คิดมาแล้วว่าดี! กะจะให้คนไทยเป็น “ซินเดอเรลล่า” ถ้าไม่รีบเข้าปั๊มก่อนสี่ทุ่ม อาจจะได้เติมแค่ B20 หรือ E20 กลับบ้านไปแทน...แหม่! คิดได้ไง?
ชาวเน็ตเขาฝากถามอนุทินมาว่า ปัญหาน้ำมันตอนนี้อยู่ที่ "ราคา" หรือ "เวลา"?


การปิดปั๊มตอนดึก ไม่ได้ช่วยให้น้ำมันถูกลง หรือทำให้คนใช้น้ำมันน้อยลงเลยสักนิด เพราะสุดท้ายคนก็ต้องแห่ไปรุมเติมตอนกลางวัน จนปั๊มแตกอยู่ดี หรือ “เสี่ยหนู” อยากเห็นภาพมหกรรมต่อคิวเติมน้ำมันแห่งชาติ เหมือนตอนน้ำมันขาด เพราะไอ้โม่งกักตุน และ จะประกาศขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก

ที่พีกสุดคือ หลังสี่ทุ่มขายเฉพาะ “B20 และ E20” นี่แหละ ชาวบ้านเขาฝากถามว่า รถรุ่นเก่าที่เติมไม่ได้ หรือรถที่ต้องใช้ดีเซลเกรดพรีเมียม เขาต้องจอดนอนข้างปั๊มรอเช้าเลยใช่ไหม ?

หรือนี่คือกลยุทธ์ใหม่... ใครอยากใช้ของดี ต้องตื่นเช้า ใครนอนดึกต้องรับชะตากรรมเติม "น้ำมันทางเลือก" ไปตามระเบียบ!
ส่วนที่บอกว่าสงกรานต์นี้ จะให้ประชาชนเดินทางสะดวกที่สุดตามที่ได้พูดไป แต่อยากถามต่อว่า พอหลังวันที่ 20 เมษาฯ ใช้มาตรการนี้ ประชาชนต้องกลับมารับกรรม ได้ความไม่สะดวกจากมาตรการนี้ ใช่หรือไม่?
แทนที่จะแก้ปัญหาที่โครงสร้างราคา หรือการนำเข้า มาตรการนี้เป็นเรื่อง "แก้ที่ปลายเหตุ" แถมยังเพิ่มความยุ่งยากให้ชีวิตคนทำงานกลางคืนอีกเพียบ

งานนี้ถ้าหวังจะให้คนชมว่า "บริหารเก่ง" ก็ขอเชิญ “เสี่ยหนู” มโนได้ตามสะดวก เพราะตอนนี้ชาวบ้านเขาไม่ได้อยากได้การแก้ปัญหาน้ำมันแพงด้วยมาตรการ "เวลาปิดปั๊ม" เขาอยากได้การแก้ปัญหา "ราคา” น้ำมัน ที่พอสู้ชีวิตค่าครองชีพยุคไอ้โม่ง พวกพ้องรัฐบาล "รวยไม่ไหวแล้วววว" กันได้มากกว่า

“เสี่ยหนู”ชอบพูดหล่อๆว่า “สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน” ความจริงคือ สั่งวันนี้ประชาชนรับกรรมเมื่อวาน ถ้าจะเท่มาก ถ้าสั่งให้ “ราคาน้ำมันลด” ได้เร็วเท่ากับ “ความลำบากของประชาชน” ที่แพงเรือหายในตอนนี้ !


++ “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ธีมชำแหละนโยบาย “รัฐบาลอนุทิน 2”

ชัดเจนแล้วว่า “รัฐบาลอนุทิน 2” เตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ 9-10 เมษายน นี้ ใช้เวลาหนึ่งคืน-สองวัน หลังแถลงนโยบายรัฐบาลเสร็จ รัฐบาลอนุทินจะมีอำนาจในการบริหารประเทศได้เต็มที่ตามรัฐธรรมนูญ

เวทีอภิปรายชำแหละนโยบายรัฐบาลครั้งนี้ เก็งข้อสอบง่ายมาก ว่าประเด็นที่จะร้อนแรงทะลุองศาเดือด ก็คือเรื่อง “วิกฤตน้ำมัน-พลังงาน” นี่แหละ

“เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศแล้วว่า การอภิปรายครั้งนี้ เรามาในธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว”

เราจะเป็นตัวแทน ส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาล ถึงความเดือดร้อนของประชาชน และให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่า มีใครกักตุนน้ำมัน “ปล้นประชาชน”

เรื่องนี้ ฝ่ายรัฐบาลจะเบรกการอภิปรายก็คงทำไม่ได้ถนัดนัก เพราะในเอกสารนโยบาย ระบุชัด ถึงผลกระทบจาก ภาวะสงครามตะวันออกกลาง ทำให้การผลิต และการขนส่งน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติอยู่ในสถาวะชะงักงัน แถมระบุด้วยว่า “รัฐบาลจะทุ่มเทสรรพกําลัง เพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน”

จึงทำให้ฝ่ายค้าน สามารถอภิปรายเรื่องน้ำมัน และผลกระทบต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ และเชื่อว่าจะมี สว.บางส่วน ที่ไม่ใช่พวก “สว.สีน้ำเงิน” เข้าคิวรออภิปราย รอกระชวก รอสับ สองคู่หู “อนุทิน ชาญวีรกูล” กับ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และรมว.คมนาคม อดีต ผอ.ศบก.

ในประเด็นว่า บริหารงานห่วย แก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันล้มเหลว ล่าช้าจนประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงก่อนหน้านี้ ที่ประชาชนเจอปัญหาหาน้ำมันขาดแคลน แบบเชื่อว่ามีการกักตุน เก็งกำไร!

และวันนี้ ก็มีประจักษ์พยานให้เห็นแล้วว่า มี “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมันจริง หลัง “ดีเอสไอ” ตรวจเจอความผิดปกติในการกักตุนน้ำมันที่ สุราษฎร์ธานี มีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร ในช่วงการขนส่ง


ที่ต้องจับตาคือพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่าง “ประชาธิปัตย์” จะมีข้อมูลเชิงลึก เรื่องกักตุนน้ำมันที่ภาคใต้ เอามาตีแผ่ หรือไม่ ?!
เพราะเป็นที่รู้กันว่า “บ้านใหญ่สุราษฎร์” ผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองมายาวนาน นั้นคือใคร?

การอภิปรายกรณี ตั้ง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เป็น ผอ.ศบก. ในลักษณะ”มีผลประโยชน์ทับซ้อน” เพราะตระกูล รัชกิจประการ ทำธุรกิจน้ำมัน เจ้าของเครือ พีที... นี่ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์

นอกจากวิกฤตน้ำมัน ที่ตามมาก็จะมีเรื่องสินค้าราคาแพง-ค่าครองชีพพุ่งสูง เพื่อตีกระทบชิ่งไปถึง “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ที่เป็นนางแบกรัฐบาลเวลานี้ ให้อ่วมคาสภาฯ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า “ศุภจี” ก็รู้ว่าตนเองกำลังตกเป็นเป้า หากเตรียมตัวมาดี ข้อมูลแน่น ข้อกฎหมายชัด แล้วสวนกลับฝ่ายค้านได้ทุกดอก ฝ่ายค้านทั้งสส.-สว. ถ้าทำการบ้านมาไม่ดี ก็อาจหน้าหงายเอาได้

รวมถึงคนอื่นๆ ที่ก็คงต้องลุกขึ้นช่วย “อนุทิน” ชี้แจง ที่ตัวหลักๆ ก็คงเป็น “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส” รองนายกฯ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่ต้องชี้แจงเรื่องมาตรการที่จะออกมาเพื่อช่วยประชาชน เช่น คนละครึ่งพลัสเฟสสอง ตลอดจนข้อสงสัยต่างๆ เช่น การยกเลิกการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือการรื้อสูตรค่าการกลั่นฯ ทำได้หรือไม่ จะทำเมื่อใด

นอกจากประเด็นเรื่องน้ำมัน-ของแพง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ประเด็นอื่นๆ ที่อาจมีบางคนอภิปรายขึ้นมาก็เช่น คดีฮั้วสว.-คดีเขากระโดง เพื่อกระทบชิ่งไปถึง “อนุทิน” และรัฐมนตรีภูมิใจไทย บางคน

แต่เชื่อว่า ภูมิใจไทย ก็เตรียมรับมือฝ่ายค้านไว้แล้ว ยังไงได้เห็น สส.ภูมิใจไทย ที่จะทำตัวเป็น “องครักษ์พิทักษ์อนุทิน” และ ปกป้อง “พิพัฒน์” คอยตัดเกมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะหากอภิปรายในเรื่องส่วนตัว เช่น กิจการน้ำมันพีทีฯ ของ “พิพัฒน์” หรือ คดีฮั้วสว.-เขากระโดง เพื่อตีไปที่ ตระกูลชิดชอบ บอสใหญ่ของพรรคสีน้ำเงิน รับรอง แตะเมื่อไหร่ พวกสส.องครักษ์ ประท้วงวุ่น


ข่าวว่ามีการวางตัว “ศุภชัย ใจสมุทร” เป็นหัวหน้าทีมคอยคุมเกม ขณะเดียวกันตัว “อนุทิน” ก็เตรียมรับมือฝ่ายค้านไว้แล้วเช่นกัน เห็นได้จากการประชุมครม.นัดพิเศษกลางดึก วันจันทร์ที่ผ่านมา เห็นชอบเบื้องต้นกับแนวทางที่ คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มี “เอกนิติ” เป็นประธาน ที่เสนอแนวทางให้เจรจากับโรงกลั่นเพื่อขอคืนส่วนต่างกำไร ที่โรงกลั่นได้รับเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชน โดยครม.ให้ กระทรวงพลังงาน ไปศึกษาแล้วนำกลับมาเสนอ ครม.อีกครั้ง

รวมทั้งการส่งสัญญาณให้ ดีเอสไอ เอาคดีกักตุนน้ำมันที่สุราษฎร์ธานี เข้าที่ประชุมบอร์ดคดีพิเศษ 9 เมษายน ให้รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเรื่องกักตุนน้ำมัน

ปฏิบัติการตั้งทีมองครักษ์ตัดเกมฝ่ายค้าน-การเอาด้วยกับแนวทางการลดค่าการกลั่น-การให้ดีเอสไอ เร่งรับคดีกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ

สิ่งเหล่านี้ ในทางการเมือง มันคือการที่ อนุทิน และภูมิใจไทย ทำไว้เพื่อเตรียมรับมือศึกแถลงนโยบายรัฐบาลนั่นเอง
คอการเมืองรอติดตามให้คะแนนกันได้ ระหว่างทีม “รวยไม่ไหวแล้ว” กับทีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว”