อาจารย์เชนสร้างเศรษฐกิจ
'เพื่อไทย'วิสัยทัศน์สวยหรู
ตามรอย 'ซอฟต์พาวเวอร์'
โครงการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จากจุลสาหร่าย Chlorella vulgaris กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในความหวังใหม่ของเศรษฐกิจไทย ภายใต้การผลักดันของ 'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าภาพรวมของคณะรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทย อาจารย์เชนดูจะเป็นรัฐมนตรีที่ถูกฝาถูกตัวมากที่สุดคนหนึ่ง เนื่องจากกระทรวง อว. เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความตั้งใจในการผลักดันนโยบายที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยความเข้าใจเชิงเทคนิคสูง
นโยบายการพัฒนาโครงการจุลสาหร่าย เพื่อนำมาใช้เป็นทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) 'ยศชนัน' ได้สะท้อนมุมมองที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” เพื่อหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางที่ฉุดรั้งการเติบโตมาอย่างยาวนาน แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การเพิ่มมูลค่าทางการเกษตร แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่ยุทธศาสตร์ Wellness ที่ครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ เป้าหมายระยะยาวคือการยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชียที่มีทั้งความมั่งคั่งและความยั่งยืนควบคู่กันไป
นอกจากนี้ ยังพยายามชูกจุดขายอีกว่า ไทยไม่จำเป็นต้องแข่งขันในทุกสนาม แต่ควรเลือกโฟกัสในจุดที่ตัวเองมีศักยภาพสูงอย่างการเกษตรมูลค่าสูง และ “Wellness ดังนั้น โครงการจุลสาหร่ายจึงเป็นตัวอย่างของการนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาผสานกับฐานทรัพยากรเดิมของประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพของวิสัยทัศน์จะดูน่าสนใจและมีความเป็นไปได้ แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ การลงมือทำและความต่อเนื่อ” ซึ่งเป็นจุดอ่อนของพรรคเพื่อไทยมาตลอดตัวอย่างความล้มเหลวที่เห็นได้ชัด คือ นโยบายซอฟต์พาวเวอร์
กรณีของการผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แม้จะมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ใช้งบประมาณจำนวนมาก และสร้างกระแสได้ในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับไม่ปรากฏผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดข้อกังขาว่านโยบายลักษณะนี้อาจเน้นเพียงการสร้างภาพ มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
ความกังวลดังกล่าวจึงสะท้อนมายังโครงการจุลสาหร่ายเช่นกัน เพราะแม้จะเป็นโครงการที่น่าสนใจและสามารถสร้างมูลค่าได้ แต่หากขาดการสนับสนุนในระยะยาว ทั้งด้านงบประมาณ งานวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างตลาด ก็อาจจบลงในลักษณะเดียวกัน อีกทั้ง โครงการลักษณะนี้ยังต้องอาศัยการบูรณาการจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร พลังงาน อุตสาหกรรม และการบิน ซึ่งหากขาดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ ก็อาจทำให้การดำเนินงานติดขัด และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
ที่สุดแล้วโครงการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนจากจุลสาหร่าย เป็นทั้งโอกาสและบททดสอบสำคัญของ 'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' ว่าจะสามารถเปลี่ยนแนวคิดเชิงนโยบายให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงแค่การสร้างกระแสไฟไหม้ฟางก่อนที่จะเลือนหายไปเหมือนที่ผ่านมา