xs
xsm
sm
md
lg

“รสนา” จี้ “เอกนัฏ” พิสูจน์ไม่เกรงใจนายทุน ต้องสั่งลดดีเซลลงลิตรละ 10 บาท อย่าปล่อยโรงกลั่นตีมึนโกยกำไรเกินควร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“รสนา” จี้รัฐมนตรีพลังงาน ถ้าไม่เกรงใจนายทุนตามที่พูดในสภา ต้องสั่งลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 10 บาท เบนซินลิตรละ 4 บาท เพื่อสะท้อนราคาตลาดโลกและคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน อย่าปล่อยให้โรงกลั่นตีมึนโกยกำไรเกินสมควร

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เร่งสั่งการให้ปรับลดราคาน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 10 บาท และน้ำมันเบนซินลิตรละ 4 บาท เพื่อสะท้อนราคาตลาดโลกและคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน

น.ส.รสนา ระบุว่า การปรับลดราคาดีเซลเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา 2.14 บาทต่อลิตร เป็นเพียงการนำส่วนหนึ่งของค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติในเดือนมีนาคม ซึ่งอยู่ที่ 7.23 บาทต่อลิตร มาปรับลดเท่านั้น และยังถือว่าไม่เพียงพอ อีกทั้งการลดเฉพาะดีเซลโดยไม่ปรับลดเบนซิน ถือว่าไม่เป็นธรรม เนื่องจากค่าการกลั่นเป็นค่าเฉลี่ยของทุกผลิตภัณฑ์ ควรคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักให้ครอบคลุมทุกประเภทน้ำมัน พร้อมกันนี้ ยังชี้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกเมื่อวันที่ 8 เมษายน ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยดีเซลลดลง 11.67 บาทต่อลิตร และเบนซินลดลง 4.68 บาทต่อลิตร แต่โรงกลั่นกลับยังไม่สะท้อนราคาที่ลดลงอย่างเหมาะสม โดยอ้างว่าได้ปรับลดไปแล้ว 2 บาท ซึ่งเป็นเพียงการคืนกำไรบางส่วนเท่านั้น

นอกจากนี้ น.ส.รสนา ยังตั้งข้อสังเกตว่า มีการโยกส่วนต่างราคาที่ควรลดให้ผู้บริโภคไปไว้ในค่าการตลาด ทำให้ค่าการตลาดดีเซลพุ่งสูงถึง 10.5897 บาทต่อลิตร และเบนซิน 6.2876 บาทต่อลิตร ทั้งที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เคยกำหนดเพดานที่เหมาะสมไว้เพียง 1.50 และ 2 บาทต่อลิตรตามลำดับ

จากการคำนวณปริมาณการใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 100 ล้านลิตร แบ่งเป็นดีเซล 70 ล้านลิตร และเบนซิน 30 ล้านลิตร ส่งผลให้โรงกลั่นมีรายได้ส่วนเกินจากดีเซลประมาณ 636 ล้านบาทต่อวัน และจากเบนซินอีก 120 ล้านบาท รวมกว่า 750 ล้านบาทต่อวัน

ทั้งนี้ น.ส.รสนา เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิสูจน์คำกล่าวในรัฐสภาที่ระบุว่าจะ “ไม่เกรงใจนายทุน” ด้วยการสั่งลดราคาน้ำมันทันที ก่อนเทศกาลสงกรานต์ พร้อมเตือนว่าการล่าช้าในการปรับราคาจะยิ่งทำให้โรงกลั่นได้กำไรเกินสมควร และส่งผลกระทบต่อประชาชนรวมถึงเศรษฐกิจโดยรวม

“ความอยู่รอดของรัฐบาลขึ้นอยู่กับความใส่ใจต่อความเดือดร้อนของประชาชน และความรวดเร็วโปร่งใสในการแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน” น.ส.รสนา กล่าวทิ้งท้าย


ข้อความในเฟซบุ๊ก รสนา โตสิตระกูล


รัฐมนตรีพลังงานอย่าปล่อยโรงกลั่นตีมึน รีบประกาศลดราคาดีเซล 10 บาท/ลิตร กลุ่มเบนซิน 4 บาท/ลิตร เพื่อคืนราคาน้ำมันที่เป็นธรรมให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด!!??


การลดราคาขายปลีกดีเซลเมื่อวานนี้ ( 9 เมษายน 2569) 2.14 บาทต่อลิตร เป็นการนำค่าการกลั่นลาภลอยที่สูงผิดปกติ ถึง 7.23 บาทต่อลิตรในเดือนมีนาคม มาลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร ตามประกาศในราชกิจจาฯวันที่ 7 เมษายน ให้มีผลในวันที่ 9 เมษายน ทำให้สามารถลดราคาขายปลีกดีเซลหน้าปั้มได้ 2.14 บาท/ลิตร แต่การลดเฉพาะดีเซล ไม่ลดราคาเบนซิน ยังไม่ถูกต้องชอบธรรม เพราะค่าการกลั่นเป็นค่าเฉลี่ยของทุกผลิตภัณฑ์ ควรคำนวณลดราคาแต่ละผลิตภัณฑ์แบบเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (weighted average) ในที่นี้ต้องการระบุเพื่อให้มีการลดราคาเบนซินด้วย


ส่วนราคาน้ำมันตลาดโลกที่ร่วงลงอย่างแรงในวันที่ 8 เมษายน ดีเซลร่วงลงไป 11.67 บาทต่อลิตร เบนซิน ร่วงลงไป 4.68 บาท/ลิตร โรงกลั่นทำตีมึน ไม่ยอมลดให้ ถือว่าลดให้ 2 บาทแล้ว ทั้งที่ 2 บาทที่ลดเป็นส่วนที่เรียกคืนเพียงนิดหน่อยจากค่าการกลั่นลาภลอยก้อนโตที่โรงกลั่นได้ไปแล้ว


ราคาตลาดโลกดีเซล และเบนซินที่ลดลงไป 11.67 บาท และ 4.68 บาทต่อลิตร ตามลำดับ จึงควรต้องขีดเส้นใต้ไฮไลท์ลดราคาให้คนใช้ดีเซล อย่างน้อย 10 บาทต่อลิตร และเบนซิน 4 บาทต่อลิตร จึงจะเป็นธรรมต่อผู้ใช้น้ำมัน


การโยกราคาส่วนลดนี้ไปไว้ในค่าการตลาด ทำให้ค่าการตลาดดีเซลบวมเป่งถึง 10.5897 บาทต่อลิตร และเบนซินก็สูงถึง 6.2876 บาทต่อลิตร ทั้งที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เคยกำหนดค่าการตลาดที่เหมาะสมของดีเซลและเบนซินที่ 1.50 และ 2บาทต่อลิตรตามลำดับ


การที่ค่าการตลาดดีเซลสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด(เดิมอยู่ที่ 1.50บาท/ลิตร)ถึง 9.0897 บาท/ลิตร และเบนซิน ที่ค่าการตลาด(เดิมไม่เกิน 2 บาท/ลิตร) จะมีส่วนต่างที่ 4.2876 บาท/ลิตร


เมื่อคำนวณจากน้ำมันที่ขายปกติได้ราววันละ 100 ล้านลิตรเป็นดีเซล 70 ล้านลิตร และเบนซิน 30 ล้านลิตร จะทำให้โรงกลั่นได้กำไรเพิ่มจากดีเซลถึง 636 ล้านบาท/วัน และเบนซิน มีกำไรเพิ่มวันละ 120 ล้านบาทรวมแล้วได้กำไรเพิ่มเนาะๆ วันละ 750 ล้านบาท จากการหมกเม็ดเอาส่วนลดตามราคาตลาดโลกมาเก็บไว้ในค่าการตลาดของโรงกลั่น


จึงขอเรียกร้องถึงรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานที่ได้ลั่นวาจาในรัฐสภาในวันแถลงนโยบาย วันนี้ (10 เมษายน)ว่าท่าน “จะไม่เกรงใจนายทุน” ท่านต้องพิสูจน์วาจานี้ ด้วยการสั่งการให้โรงกลั่นลดราคาน้ำมันดีเซลลงอีกลิตรละ 10 บาท และเบนซินลิตรละ 4 บาท/ลิตรตามราคาตลาดโลกที่ลดลงทันที ก่อนเทศกาลสงกรานต์


การประวิงเวลาการลดราคาน้ำมันให้ผู้ใช้น้ำมัน จะทำให้โรงกลั่นได้กำไรเกินสมควรไปทุกๆ วัน ย่อมไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้น้ำมันและต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่เสียหายจากต้นทุนราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและไม่ยอมลดตามกลไกที่ควรจะเป็น
ความเป็นความตายของรัฐบาลนี้ จะขึ้นอยู่กับความรู้สึกรู้ร้อนรู้หนาวในความทุกข์ยากของประชาชน มีความโปร่งใสและความฉับไวในการแก้ปัญหาราคาพลังงาน !!