xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ต่อคิวยาวเหยียด! คนไทยแห่ชม “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” พื้นที่ประวัติศาสตร์ครั้งแรก หลังสู้รบ 2 รอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สุรินทร์ - ต่อคิวยาวเหยียด ชาวไทยแห่เข้าเที่ยวชมซากปราสาทตาควาย-เนิน 350 พื้นที่ประวัติศาสตร์ชายแดนครั้งแรก หลังสู้รบ 2 รอบ สุดประทับใจทหารไทยช่วยรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้คนไทย แม้ต้องพบเห็นซากความสูญเสีย และจุด “จ่าเริง” พลีชีพที่คนไทยไม่รู้ลืม



วันนี้ (13 เม.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ปราสาทตาควายและเนิน 350 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้มีการเปิดให้ประชาชนเข้าชม เป็นวันแรกในวันนี้ (13 เม.ย.) หลังจากปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพื้นที่จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย. 69 เวลา 09.00 น.ถึงเวลา 15.00 น. เพื่อร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคล และเปิดโอกาสให้ประชาชนเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชายแดน ด้วยการกราบนมัสการสมเด็จองค์ปฐม ขนาด 5 ศอก และชมอนุสาวรีย์นักรบกล้าเนิน 350 ด้วยการแต่งกายสุภาพและให้ปฏิบัติตามระเบียบของพื้นที่อย่างเคร่งครัดอีกด้วย


เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังปราสาทตาควาย พบว่ามีประชาชนทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่อำเภออื่นๆ ใน จ.สุรินทร์ รวมทั้งต่างจังหวัดบางส่วนหลั่งไหลเดินทางเข้าไปชมปราสาทตาควาย และเนิน 350 ที่อยู่สูงและห่างขึ้นไปจากปราสาทตาควายประมาณครึ่งกิโลเมตรอย่างคึกคัก ส่งผลให้การจราจรตลอดเส้นทางแน่นขนัด รถยนต์ต่อคิวยาวเหยียดนับกิโลเมตร ประชาชนต้องจอดรถเดินเท้าเพื่อไปเข้าแถวต่อคิวชมปราสาทอย่างยาวเหยียด


โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและควบคุมนักท่องเที่ยวไม่ให้ออกนอกเส้นทางตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ยังมีประชาชนเดินทางมาชมอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน แต่นักท่องเที่ยวก็เต็มใจที่จะเข้าชมพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชายแดน เพราะเป็นครั้งแรก ที่จะได้ชมและสัมผัสกับสภาพที่พังเสียหายจากการสู้รบที่ผ่านมาของปราสาทตาควาย ที่คนไทยยังจดจำวีรกรรมของทหารกล้าไทยที่ผ่านมา รวมทั้งเนิน 350 จุดที่ จ่าเริง เสียสละชีพด้วย


รวมทั้งมีการเล่นน้ำสาดน้ำสงกรานต์คลายร้อนตามเส้นทาง และเข้าเยี่ยมชมความงดงามของโบราณสถานสำคัญดังกล่าวที่อยู่ในสภาพปรักหักพังไม่สมบูรณ์จากแรงระเบิดของการสู้รบที่ผ่านมาแต่ยังคงรูปร่างและเค้าเดิมให้เห็นอยู่ ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ความไม่สงบและการสู้รบมาแล้วถึง 2 ครั้ง ภาพของนักท่องเที่ยวที่เดินเคียงข้างร่องรอยความเสียหายสะท้อนความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสุขจากการได้กลับมาเยือน และความห่วงใยต่อสภาพของมรดกทางประวัติศาสตร์ที่ยังต้องการการฟื้นฟู

ก่อนที่จะเดินขึ้นไปชมเนิน 350 ที่อยู่บนเขาห่างออกไปประมาณครึ่งกิโลเมตร ซึ่งมีหน้าผาที่มีความสวยงาม มองเห็นวิวทิวทัศน์ของประเทศกัมพูชาที่อยู่ด้านล่างได้อย่างชัดเจน รวมทั้งจุดที่จ่าเริงสละชีพ ก็ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารไม่ให้ถ่ายภาพบริเวณเนิน 350 มากนัก โดยเฉพาะอนุสาวรีย์นักรบกล้าเนิน 350 ที่กำลังมีการก่อสร้าง เจ้าหน้าที่ไม่ให้ถ่ายภาพจุดนี้


ทั้งนี้ เสียงจากชาวบ้านในพื้นที่ต่างสะท้อนเป็นทิศทางเดียวกัน ที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณะซ่อมแซมปราสาทตาควายโดยเร็ว เพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันล้ำค่าให้คงอยู่คู่แผ่นดิน และต่างต้องการให้ สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี “ปราสาทตาควาย” จะได้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกครั้ง เป็นทั้งจุดหมายปลายทางของนักเดินทาง และพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนชายแดนให้ฟื้นคืนชีวิตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในวันข้างหน้า


สำหรับประชาชนที่เข้าไปเยี่ยมชมจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยและความเรียบร้อย เช่น ต้องเดินตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดเท่านั้น ห้ามข้ามรั้วลวดสลิง ออกนอกเส้นทางโดยเด็ดขาด, ห้ามไลฟ์สดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น Tik Tok, Facebook, YouTube, ห้ามสัมผัส, เก็บ, ดึง วัตถุที่พบเห็นออกจากพื้นที่โดยเด็ดขาด, ห้ามปีนป่ายโบราณสถาน รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ เพื่อถ่ายรูป  ถ่ายรูปได้เฉพาะจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น, ห้ามแสดงกิริยาไม่สุภาพ หรือถ่ายคลิปเพื่อเป็นการยั่วยุโดยเด็ดขาด, ห้ามทิ้งหรือโยนขยะเข้าไปในบริเวณป่า หรือพุ่มไม้ ให้ทิ้งตามจุดที่กำหนดเท่านั้น

และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย/หรือขอความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์หา นางขวัญฤทัย ภาสดา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบักได ที่หมายเลข 08-8374-2931 หรือที่หมายเลขของ ว่าที่ร้อยตรี สิริพงษ์ ชูชื่นบุญ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบักได ที่หมายเลข 08-6465-1968