ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์ภาพที่ทำขึ้นจากเอไอ ตัดต่อตัวเขาเองเป็นบุคคลคล้ายกับพระเยซู ในวันอาทิตย์(12เม.ย.) การกระทำที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง แม้กระทั่งจากบรรดาพวกหัวอนุรักษ์นิยมทางศาสนาบางส่วน ที่ปกติแล้วมักให้การสนับสนุนผู้นำอเมริการายนี้ สุดท้ายทำให้เขาต้องลบโพสต์ดังกล่าวทิ้งไปในวันจันทร์(13เม.ย.)
ทรัมป์ โพสต์ภาพดังกล่าวบนทรูธโซเชียล แพลตฟอร์มออนไลน์ของเขาเอง ก่อนต่อมาจะอ้างว่ามีเจตนาเพียงเปรียบตัวเองเป็นแพทย์เท่านั้น อย่างไรก็ตามความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเขา มีความบาดหมางหนักขึ้นเรื่อยๆกับสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 หลังพระองค์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากเล่นงานอิหร่าน ว่า "ไร้มนุษยธรรม"
ทั้งนี้ไม่นานก่อนโพสต์ภาพนี้ ทรัมป์ได้เขียนข้อความยาวเหยียดตำหนิโป๊ปเลโอ เรียกพระองค์ว่า "อ่อนแอในด้านอาชญากรรม และแย่มากในด้านนโยบายต่างประเทศ"
โป๊ปเลโอ สมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่ประสูติในสหรัฐฯ ตอบโต้การโจมตีของทรัมป์ บอกว่าพระองค์ไม่เกรงกลัวรัฐบาลทรัมป์ และจะยังคงตรัสในเรื่องนี้ และในคำตรัสที่หนักแน่นเข้มแข็งในเมืองหลวงของแอลจีเรียในวันจันทร์(13 เม.ย.) โป๊ปเลโอ ทรงประณามมหาอำนาจโลก "ลัทธิล่าอาณานิคมใหม่" ผู้ซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตามพระองค์ไม่ได้พาดพิงอย่างเจาะจงถึงอเมริกา
โพสต์ในวันอาทิตย์(12 เม.ย.) เป็นภาพตัดต่อทรัมป์ในชุดเสื้อคลุมสีขาวคล้ายกับพระเยซู กำลังเอามือทาบหน้าผากรักษาผู้ป่วยชายคนหนึ่ง โดยมีทหาร นกอินทรี เครื่องบินรบและธงชาติสหรัฐฯเป็นฉากหลัง แต่มันเสี่ยงก่อรอยร้าวระหว่างทรัมป์กับพวกฝ่ายขวาทางศาสนา ที่แรงสนับสนุนของคนกลุ่มนี้มีความสำคัญยิ่งต่อชัยชนะของ ทรัมป์ ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี 2024
ทรัมป์ ในวันจันทร์(13 เม.ย.) ปฏิเสธว่าภาพดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาทำให้เขาดูเหมือนเป็นบุคคลคล้ายพระเยซู และเรียกมันว่าเป็นข่าวปลอม "เจตนาของมันคือ ทำให้ผมดูเหมือนเป็นแพทย์ที่กำลังรักษาคนไข้ ทำให้ผู้ป่วยดีขึ้น และผมทำให้ผู้คนดีขึ้น" เขากล่าวอ้างกับพวกผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ไม่นานหลังจากลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง
ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงชาวคริสเตียน ในนั้นรวมถึงชาวคาทอลิก ถือเป็นฐานเสียงทางการเมืองที่สำคัญของทรัมป์ ทั้งนี้ ทรัมป์ ซึ่งไม่ค่อยเดินทางไปโบสถ์เป็นประจำ เอาชนะใจเสียงส่วนใหญ่ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาวคริสเตียนในศึกเลือกตั้ง 2024 ในนั้นรวมถึงชาวคาทอลิก
ตามหลัง ทรัมป์ รอดพ้นจากการถูกลอบสังหารอย่างฉิวเฉียดในเดือนกรกฏาคม 2024 พวกผู้สนับสนุนนิกายอีแวนเจลิคัล ถึงขั้นบอกมันเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่า ทรัมป์ คือบุคคลที่พระผู้เป็นเจ้าอวยพร
เดวิด กิบสัน ผู้อำนวยการศูนย์ศาสนาและวัฒนธรรมแห่งมหาวิทยาลัยฟอร์ดแฮม สถาบันคาทอลิก ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า "ยากที่จะเข้าใจเกี่ยวกับแรงจูงใจของทรัมป์ ในการโจมตีโป๊ปเลโอและสำหรับการโพสต์ภาพดังกล่าว แต่ก็ไม่สามารถชี้ชัดได้เช่นกันว่าชาวคาทอลิกอเมริกันชน จะหันหลังให้เขาหรือไม่"
"ความเคลื่อนไหวนี้เป็นการข้ามเส้นตายสำหรับพวกเขาหรือไม่ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะลงโทษทรัมป์และพรรครีพับลิกันหรือเปล่า ในการลงคะแนนเสียง นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ชาวคาทอลิกในอเมริกา จะเลือกโป๊ปหรือประธานาธิบดี?" กิบสันระบุ
ทรัมป์ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวในวันจันทร์(13 เม.ย.) ว่าเขาไม่มีอะไรที่ต้องขอโทษสมเด็จพระสันตะปาปา
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โป๊ปเลโอ กลายมาเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ออกมาส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำสงครามในอิหร่าน กระทั่งวิงวอนอย่างไม่ปกติไปยังทรัมป์ เรียกร้องให้เขาหาทางออกในเรื่องนี้
โป๊ปเลโอ ยังตรัสด้วยว่า พระเยซูไม่ควรถูกนำมาใช้อ้างความชอบธรรมในการทำสงคราม และพระเจ้าทรงปฏิเสธคำภาวนาของพวกคนที่เริ่มความขัดแย้ง คำตรัสที่ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นการตำหนิพวกเจ้าหน้าที่ของทรัมป์ ในนั้นรวมถึง พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ซึ่งอ้างพระคัมภีร์ สร้างความชอบธรรมต่อการใช้ความรุนแรงอย่างเหลือล้นกับศัตรู และโยงปฏิบัติการช่วยเหลือนักบินอเมริกาภายในอิหร่านกับการฟื้นคืนชีพของพระเยซูคริสต์
(ที่มา:รอยเตอร์)