ยะลา – เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวชักอาวุธปืนจ่อยิงอดีต ชรบ. เสียชีวิตคาที่ ภายในุร้านขายของชำกลางชุมชน ต.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา เจ้าหน้าที่เร่งแกะรอยเส้นทางหลบหนีและตรวจสอบปมสังหาร
วันนี้ (14 เม.ย.) ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรจะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชนจนเสียชีวิต ภายในร้านขายของชำ หมู่ที่ 2 บ้านเจาะบูแม ต.จะกว๊ะ หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.บุญเลิศ ตรัสศิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ สุริยะวงศ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรามันพร้อมด้วย พ.ต.ท.นิพร อินสุวรรณ์ สารวัตรใหญ่ สภ.จะกว๊ะ นำกำลังเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดยะลา หน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด (EOD) เจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน 10 หน่วยกู้ภัย อบต.จะกว๊ะ และชุดกู้ชีพ–กู้ภัยอิควะห์รามัน ได้สนธิกำลังรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นร้านขายของชำ เจ้าหน้าที่พบร่างของ นายอุสมาน หะยีเปาะจิ อายุ 63 ปี อดีตสมาชิกชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่ตำบลจะกว๊ะ สภาพนอนเสียชีวิตอยู่ภายในร้าน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณขมับขวา 1 นัด ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 นัด จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานทางคดี
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอุสมาน ได้ไปซื้ออาหารด้วยรถจักรยานยนต์ เมื่อถึงบ้าน ได้จอดรถก่อนเดินไปร้านขายของชำซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเพียง 50 เมตร หลัง นายอุสมาน เข้าไปในร้านได้มี คนร้ายเป็นชาย (ไม่ทราบจำนวน) ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าร้าน ก่อนจะเดินเข้าไปภายในร้านทำทีซื้อของ และไล่เจ้าของร้านให้ออกไปข้างนอก เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิง นายอุสมาน จนล้มฟุบลงเสียชีวิตทันที ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง และสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อระบุตัวตนของคนร้ายและทิศทางการหลบหนี
สำหรับประเด็นการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตั้งไว้ 2 สมมติฐานหลัก คือ ความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว หรืออาจเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้จุดตรวจและจุดสกัดในพื้นที่ใกล้เคียงและอำเภอข้างเคียง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรถจักรยานยนต์และบุคคลต้องสงสัยตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจกลางแหล่งชุมชนและสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก