“พ.ต.อ.ภาคภูมิ” อดีตลูกน้องบิ๊กโจ๊ก ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอความชัดเจนคดีสินบนทอง 246 บาท หลังเงียบยาว จี้แถลงข้อเท็จจริง พร้อมโต้กระแสโซเชียลฯ บิดเบือนหลักฐาน
วันนี้ (16 เม.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 (รอง ผบก.สส.ภ.4) พยานปากสำคัญในคดีสินบนทองน้ำหนัก 246 บาท และอดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" อดีตรองผบ.ตร. เดินทางเข้ายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าทางคดีกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หลังคดีเงียบหายมาหลายเดือน
พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า ในคดีสินบนทองคำที่ตนเองเป็นผู้กล่าวหาพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไว้ ล่าสุดทราบว่าทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งสำนวนคืนกลับมาให้ตำรวจดำเนินการ ในส่วนของบุคคลที่ไม่ใช่กรรมการของ ป.ป.ช. และจากข่าวปรากฏว่ามีการส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ โดยที่ผ่านมาในการเริ่มคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการแถลงข่าว ตนอยากให้มีการชี้แจงให้ประชาชนทราบ ว่าหลังจากที่สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว มีการทำความเห็นทางสำนวนการสอบสวนส่งพนักงานอัยการไปว่าอย่างไร ความคืบหน้าในทางคดี หรือว่ามีความเห็นในทางคดีเป็นอย่างไร
“ที่ผ่านมาผมก็ได้มายื่นกล่าวหาไว้เป็นเวลานานแล้ว ก็ยังไม่มีการแจ้งความคืบหน้า เชื่อว่าพี่น้องประชาชนทุกคนก็คงอยากรู้ ว่าตกลงดำเนินการคดีฟ้องใคร หรือไม่ฟ้องใคร มีพยานหลักฐานอะไรที่สนับสนุนความเห็นทางคดีนั้น ผมคิดว่าผู้สื่อข่าวก็คงอยากทราบ” พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุ
พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมามีข้อมูลปรากฎในโซเชียลจำนวนมาก โดยเป็นบัญชีแอคหลุม หรือบัญชีอวตาร นำพยานหลักฐานที่ตนเองส่งมอบให้ตำรวจมาบิดเบือน ตัดต่อใส่ความว่าทองคำที่นำมาเป็นสินบนนั้นเป็นของตนเอง ทำให้ประชาชนอาจเกิดความสับสนหรือเข้าใจผิด ทำให้ตนเอง ครอบครัว รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีได้รับความเสียหาย ตนเองเชื่อว่าทุกคนอยากเห็นการทำงานที่รวดเร็วและโปร่งใสในการสอบสวน จึงอยากให้ตำรวจแถลงความคืบหน้าคดีนี้ให้ชัดเจน เพื่อทำให้เห็นว่าสอบสวนอย่างโปร่งใส ถูกต้องครบถ้วนตามพยานหลักฐานที่ให้ไปหรือไม่ หรือมีพยานหลักฐานใดๆ เพิ่มเติม การชี้แจงต่อสาธารณะจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ