รอยเตอร์ - สถานีโทรทัศน์ของทางการพม่ารายงานว่าพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศได้อนุมัติการนิรโทษกรรมนักโทษ 4,335 คน ที่เป็นการดำเนินการครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรมในประกาศของ MRTV แต่โดยปกติแล้วการนิรโทษกรรมจะเกิดขึ้นในพม่าทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองวันประกาศเอกราชในเดือนม.ค. และวันปีใหม่ในเดือนเม.ย.
ในบรรดานักโทษ 4,335 คน ที่จะได้รับการปล่อยตัวนั้น มีชาวต่างชาติ 179 คน ซึ่งจะถูกส่งตัวกลับประเทศ MRTV ระบุ และรายงานยังกล่าวถึงการลดโทษประหารเหลือจำคุกตลอดชีวิต โทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก 40 ปี และการลดโทษ 1 ใน 6 สำหรับนักโทษคนอื่นๆ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง ที่เป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชน ได้กล่าวว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวในข้อหาทางการเมืองมากกว่า 30,000 คน นับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในปี 2564
ผู้ที่ถูกควบคุมตัวเหล่านั้นยังรวมถึง อองซานซูจี อดีตประธานาธิบดีวิน มี้น สมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยที่เหลืออยู่ และนักกิจกรรม ผู้ชุมนุมประท้วง และสมาชิกของกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารอีกหลายพันคน
ซูจีกำลังรับโทษจำคุก 27 ปี ในข้อหาต่างๆ ที่พันธมิตรของเธอกล่าวว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองเพื่อกีดกันเธอจากการเมือง ตั้งแต่การยุยงปลุกปั่นและการทุจริต ไปจนถึงการฉ้อโกงเลือกตั้ง และการละเมิดกฎหมายความลับของรัฐ
ซูจี วัย 80 ปีที่ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ปรากฎตัวต่อสาธารณชนมาตั้งแต่สิ้นสุดการพิจารณาคดีอันยาวนานของเธอ และไม่ทราบที่อยู่ของเธอในขณะนี้
ในการให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์เมื่อปีก่อน คิม อาริส ลูกชายของซูจี กล่าวว่าเขาได้รับข้อมูลอัปเดทเกี่ยวกับสถานะของเธอเพียงเล็กน้อย แต่รู้ว่าสุขภาพของเธอกำลังทรุดโทรม
เมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลทหารได้ประกาศว่าจะอภัยโทษหรือยกเลิกข้อกล่าวหาต่อบุคคล 8,665 คน และในเดือนม.ค. ได้ประกาศว่าจะปล่อยตัวนักโทษมากกว่า 6,000 คน ในการนิรโทษกรรมเนื่องในวันชาติพม่า
พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย อายุ 69 ปี ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีโดยรัฐสภาเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ทำให้เขามีอำนาจอย่างเป็นทางการในประเทศที่ยังคงอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง ที่ทำให้ประชาชนกว่า 3.5 ล้านคนต้องพลัดถิ่น ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ก่อน เขากล่าวว่าสันติภาพ เสถียรภาพ และการปรองดองเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกของเขา.