รัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี ของอิหร่าน แถลงในวันศุกร์ (17 เม.ย.) ว่า ช่องแคบฮอร์มุซถูกเปิดให้เรือพาณิชย์ต่างๆ ใช้งานได้ใหม่อย่างเต็มที่อีกครั้งหนึ่งแล้ว ภายหลังมีการทำข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า อเมริกายังคงดำเนินการปิดล้อมเรือและท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านต่อไป ถึงแม้เขาบอกด้วยว่าการพูดจารอบใหม่ระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานสามารถเกิดขึ้นได้ในสุดสัปดาห์นี้ โดยที่เขาเชื่อว่าจะได้ข้อตกลงเพื่อยุติสงครามอิหร่านกันใน “เร็วๆ นี้”
อารักชี โพสต์ข้อความทางแพลตฟอร์ม X ว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดขึ้นมาใหม่แล้วสำหรับเรือพาณิชย์ทั้งหมดทุกลำได้ใช้กัน ในตลอดช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ของข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนซึ่งทำกันเมื่อวันพฤหัสบดี (16) โดยมีสหรัฐฯเป็นคนกลาง เพื่อยุติการสู้รบกันระหว่างกองทหารอิสราเอล กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่อิหร่านหนุนหลังอยู่
เขาแจกแจงว่า เรือที่จะผ่านจะต้องใช้เส้นทางซึ่งกำหนดขึ้นมาโดยฝ่ายอิหร่านและต้องมีการประสานงานกับทางการอิหร่านด้วย ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าอิหร่านวางแผนการที่จะคงการควบคุมเหนือช่องทางน้ำสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้เอาไว้ในบางระดับต่อไปอีก ถึงแม้ยังไม่มีความชัดเจนว่า จากนี้ไปเรือที่แล่นผ่านฮอร์มุซ จะถูกเตหะรานเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือไม่
ไม่นานหลังการแถลงของ อารักชี ทางด้านทรัมป์ได้โพสต์ข้อความทางแพลตฟอร์มสื่อสังคม “ทรูธ โซเชียล” ของเขาว่า “อิหร่านเพิ่งประกาศว่าช่องแคบของอิหร่านกำลังเปิดกว้างเต็มที่และพร้อมให้เดินทางผ่านได้แล้ว”
แต่อีกไม่กี่นาทีต่อมา เขาโพสต์อีกข้อความหนึ่งซึ่งระบุว่า การปิดล้อมของกองทัพเรือสหรัฐฯจะยังคงดำเนินต่อไป “จนกว่าจะถึงเวลาที่การทำความตกลงของเรากับอิหร่านจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ 100%”
จากนั้น อิหร่านได้แสดงปฏิกิริยาตอบโต้อย่างกราดเกรี้ยว โดยที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เอสมาเอล บากาเอ แถลงเตือนว่า อิหร่านจะใช้ “มาตรการต่างตอบแทนที่จำเป็น” ถ้าหากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯยังคงดำเนินต่อไป
จากข้อมูลการจราจรของเรือ แสดงให้เห็นว่าเมื่อถึงตอนค่ำวันศุกร์ มีเรือต่างๆ กลุ่มหนึ่งจำนวนรวมกันราว 20 ลำ โดยมีทั้งเรือสินค้าคอนเทนเนอร์, เรือสินค้าเทกอง, และเรือบรรทุกน้ำมัน กำลังแล่นผ่านอ่าวเปอร์เซียมุ่งหน้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี เมื่อถึงตอนดึก เรือเหล่านี้ส่วนใหญ่พากันหันหลังกลับมา ถึงแม้มีบางลำยังคงแล่นต่อมุ่งไปทางช่องแคบ
ทรัมป์ประกาศมาตรการปิดล้อมอิหร่านในช่วงต้นสัปดาห์นี้ หลังจากอิหร่านได้จำกัดการจราจรผ่านเข้าออกช่องแคบฮอร์มุซ สืบเนื่องจากยังคงมีการสู้รบในเลบานอน ซึ่งเตหะรานบุว่าเป็นการละเมิดการตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน ที่ทำกันโดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง
เห็นกันว่า การที่ทรัมป์ตัดสินใจดำเนินการปิดล้อมอิหร่านต่อไปอีก ทั้งๆ ที่เตหะรานประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้วเช่นนี้ ดูน่าจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อคงแรงกดดันที่มีต่ออิหร่านเอาไว้ต่อไป ขณะที่ชะตากกรรมของการตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่ทำกันได้ในสัปดาห์ที่แล้ว จะเป็นยังไงต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะมีการยืดเวลาออกไปอีกหรือไม่ ยังคงไม่มีความแน่นอน
การเจรจาโดยตรงในระดับสูงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีขึ้นที่กรุงอิสลามบัดของปากีสถาน หลังการตกลงหยุดยิงไม่กี่วัน ปิดฉากลงโดยที่ไร้ข้อสรุปใดๆ ท่ามกลางรายงานข่าวที่ว่า วอชิงกันกับเตหะรานไม่สามารถตกลงกันได้ทั้งในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และประเด็นอื่นๆ
ทรัมป์บอกว่า การพูดจารอบใหม่อาจเกิดขึ้นได้ในเร็วๆ นี้ โดยเป็นไปได้สูงว่าจะมีขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ทั้งนี้เขาบอกในการให้สัมภาษณ์สั้นๆ กับ เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ “แอคซิออส” ของสหรัฐฯว่า ฝ่ายอิหร่านต้องการพบเจรจาเพื่อทำความตกลงกับทางสหรัฐฯอย่างยิ่ง
ทรัมป์นั้นไม่ยอมจัดการแถลงข่าวสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ แต่ใช้วิธีพูดคุยให้สัมภาษณ์สื่อแต่ละสำนักๆ ละสั้นๆ
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ทรัมป์บอกกับสื่อเครือข่ายโทรทัศน์สหรัฐฯ ซีบีเอสนิวส์ ว่า อิหร่าน “ได้ตกลงในทุกสิ่งทุกอย่าง” รวมทั้งเรื่องการให้โยกย้ายวัสดุนิวเคลียร์ออกไปจากอิหร่าน
เขายังพูดเช่นนี้กับสำนักข่าวเอเอฟพีของฝรั่งเศสว่า “ไม่มีประเด็นติดขัดใดๆ เหลืออยู่แล้ว” ในการเจรจาสันตาภาพกับอิหร่าน และข้อตกลงฉบับที่เป็นลายลักษณ์อักษรก็ “ใกล้เต็มที” แล้ว
กับสำนักข่าวรอยเตอร์ของสหราชอาณาจักร ทรัมป์อ้างว่า อิหร่านยอมตกลงอนุญาตให้สหรัฐฯเข้าไปในดินแดนของพวกเขา เพื่อจัดเก็บวัสดุยูเรเนียมเสริมสมรรถนะแล้ว ไปไว้ที่อื่น โดยที่ทรัมป์คุยด้วยว่า สหรัฐฯจะนำเอาเครื่องจักรขุดเจาะขนาดใหญ่เข้าไป และเมื่อค้นหาเจอแล้ว ก็จะนำกลับมายังสหรัฐฯ ทั้งนี้มีรายงานว่า วัสดุยูเรเนียมเสริมสมรถนะขงอิหร่านจำนวนมากซึ่งเก็บอยู่ในสถานที่ตั้งทางนิวเคลียร์ที่เจาะลึกลงใต้ดินข้างๆ ภูเขา ได้ถูกสหรัฐฯถล่มโจมตีด้วยระเบิดทำลายบังเกอร์อานุภาพสุดล้ำเมื่อกลางปีที่แล้ว
อย่างไรก็ดี โฆษก บากาเอ แถลงข่าวกับสื่อทีวีแห่งรัฐว่า จะไม่มีการโยกย้ายวัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะไปที่ไหนทั้งสิ้น
แล้วยังมีเจ้าหน้าที่อาวุโสผู้หนึ่งของอิหร่าน บอกกับรอยเตอร์ว่า ยังไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ กับฝ่ายสหรัฐฯ และจำเป้นต้องมีการเจรจากันอย่างจริงจัง จึงจะสามารถเอาชนะความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายได้สำเร็จ
อนึ่ง ถึงแม้สถานการณ์ยังไม่มีความแน่นอนชัดเจน แต่ข่าวคราวเท่าที่ปรากฏนี้ ก็ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง โดยการซื้อขายในตลาดทางสหรัฐฯเมื่อวันศุกร์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดเบรนท์ ปรับลดลงมา 9% มาอยู่ที่ 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบสหรัฐฯอยู่ที่ 83.85 ดอลลาร์ ลดลงมา 11.45%
(ที่มา: รอยเตอร์, เอพี, บีบีซี)