เลย-ครูเกษียณ ร้องสพป.เลยเขต 2 แก้ปัญหาหนี้ครู เผยครูบำนาญเงินเดือนแทบไม่พอใช้หนี้ ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ทั้งถูกธนาคารฟ้องยึดทรัพย์/ล้มละลาย พร้อมเสนอ 6 แนวทางแก้ปัญหาหนี้ครู ย้ำต้องให้เหลือเงินเดือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 หรือ 6,000 บาท หวังใช้ยังชีพ
วันนี้ (18 เม.ย.) ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลยเขต 2 (สพป.เลยเขต 2) อ.วังสะพุง จ.เลย สมาชิกสมาพันธ์ข้าราชการบํานาญภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนกว่า 50 คน นำโดยนายสวัสดิ์ พรมโสภณ ประธานสมาพันธ์ฯ และนายอนุพงษ์ ปริบาล ประธานอนุกรรมการสมาพันธ์ข้าราชการบำนาญจังหวัดเลย เดินทางมายื่นเรื่องต่อผู้อำนวยการ สพป.เลยเขต 2 เพื่อขอให้แก้ปัญหาหนี้สินครูที่เกษียณอายุราชการในพื้นที่จังหวัดเลย
มีนางบูลยาวี ถิรคุณธนเศรษฐ์ และนายจันทร์ลอย สุรภีร์ รองผู้อำนวยการ สพป.เลย เขต 2 ร่วมประชุมรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ไข โดยครูเกษียณสมาชิกสมาพันธ์ฯ จากจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสานที่เดินทางมาด้วย ได้กล่าวถึงวิธีการแก้ปัญหาแต่ละพื้นที่ที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จแล้ว ให้ผู้บริหาร สพป.เลยเขต 2ได้รับทราบเพื่อเป็นแนวทางมาปรับใช้แก้ปัญหาด้วย
นายสวัสดิ์ พรมโสภณ ประธานสมาพันธ์ข้าราชการบํานาญภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่าการเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อขอให้ผู้บริหารสพป.เลย เขต 2 ช่วยพิจารณาแก้ปัญหาหนี้สินให้กับข้าราชการบํานาญ เพื่อให้ข้าราชการบํานาญมีหนี้สินลดลง และมีเงินเหลือไว้ใช้ดํารงชีพ เพราะปัจจุบันข้าราชการบํานาญมีเงินเดือนน้อย แต่หนี้สินยังคงเดิม เงินเดือนแทบไม่พอใช้หนี้ ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ถูกธนาคารฟ้องยึดทรัพย์และล้มละลาย บางคนไม่มีที่จะอยู่ ต้องไปอาศัยวัด บางคนหมดหนทางแก้ปัญหาจนต้องฆ่าตัวตาย
ทั้งนี้สมาพันธ์ฯ มีแนวทางแก้ปัญหาเพื่อเสนอให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้ขอให้เขตพื้นที่การศึกษาหักเงินเดือนเงินบํานาญของข้าราชการบํานาญเพื่อชําระหนี้ ตามลําดับ 6 ข้อคือ 1.ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา 2.สวัสดิการภายในส่วนราชการ (ชพค., ชพส.) 3.หักเงินตามคําพิพากษาของศาล 4.หนี้สหกรณ์โดยหักเต็มจํานวนตามที่สหกรณ์แจ้งมา 5.หนี้สถาบันการเงินอื่นที่มีข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาค้ำประกัน เช่น เงินกู้ ชพค.จากธนาคารออมสิน และ 6.หนี้บําเหน็จค้ำประกันและขอให้เขตพื้นที่การศึกษาหักเงินชําระหนี้ให้กับข้าราชการบํานาญ โดยให้เหลือเงินเดือนสุทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 หรือ 6,000 บาท เพื่อใช้ยังชีพ
หากข้าราชการบํานาญคนใดต้องการให้เขตพื้นที่การศึกษาหักเงินชําระหนี้เกินกว่าร้อยละ 70 ให้ไปทําบันทึกความยินยอมกับเขตฯ ตามความต้องการของตนเพื่อเป็นหลักฐาน พร้อมทั้งขอให้เขตพื้นที่การศึกษาในฐานะที่เป็นศูนย์แก้หนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ดําเนินการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับข้าราชการบํานาญที่ไปร้องขอโดยเร็ว และช่วยอํานวยความสะดวกให้ทุกอย่างที่ถูกต้องตามกฎหมายแก่ข้าราชการบํานาญโดยเร็ว
นายสวัสดิ์ กล่าวอีกว่าจากข้อเรียกร้องนี้ ทางสมาพันธ์ข้าราชการบํานาญภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากท่านด้วยดีเช่นเคย และในการช่วยเหลือดังกล่าวทางสมาพันธ์ฯ จะได้นําเรียน และรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในวันที่ 21 เมษายน 2569 นี้
ขณะที่นายอนุพงษ์ ปริบาล ประธานอนุกรรมการสมาพันธ์ข้าราชการบำนาญจังหวัดเลย กล่าวว่าในช่วงเช้าวันเดียวกันสมาชิกสมาพันธ์ข้าราชการบํานาญภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องเดียวกันนี้ต่อผู้อำนวยการ สพป.เลย เขต 1 ซึ่งจังหวัดเลยเป็นจังหวัดสุดท้ายที่ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาหนี้สิน มีอยู่จำนวน 140 คน ทั้งสามเขต บางส่วนได้ย้ายรายชื่อไปอยู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดอื่นเพื่อแก้ปัญหาเอง ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบาง บางคนต้องถูกยึดทรัพย์ ไปค้ำประกันคนอื่น สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤตเดือดร้อนอย่างมาก ทั้งๆที่เคยทำงานรับใช้ประเทศชาติมายาวนาน
ขณะที่นางบูลยาวี ถิรคุณธนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการ สพป.เลย เขต 2 กล่าวว่าการประชุมของคณะกรรมการสถานีแก้หนี้ของ สพป.เลย เขต 2 ได้เสนอแนวทางช่วยเหลือคณะครูที่มีปัญหาหนี้สิน โดยมีมติให้ข้าราชการบำนาญที่ประสงค์จัดทำหนังสือแจ้งให้หักชำระหนี้ทั้งหมด เพื่อให้เหลือเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่ต่ำกว่า 30% นอกจากนี้ยังพิจารณากรณีการฟ้องร้องหรือถูกยึดทรัพย์ ขณะนี้มีผู้ยื่นความประสงค์ประมาณ 20 ราย ซึ่งกลุ่มที่มีความเดือดร้อนจริงๆจะได้รับการพิจารณาเป็นรายๆไป โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพหรือถูกฟ้องร้อง ขณะนี้มีผู้ที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางประมาณ 8 รายที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม