xs
xsm
sm
md
lg

ระเบิดศึกคลิป AI ทูตอิหร่านโต้ภาพทรัมป์เป็นพระเยซู ด้วยวิดีโอพระเยซูตบทรัมป์ลงนรก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิดฉากยุคที่เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นอาวุธใหม่ของการทูตและโฆษณาชวนเชื่อ โดยเหตุการณ์ไวรัลช็อกโลกเกิดขึ้นเมื่อสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศทาจิกิสถาน โพสต์คลิปวิดีโอที่สร้างด้วย AI แสดงภาพพระเยซูตบหน้าประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" แล้วโยนลงหลุมไฟนรก

คลิปดังกล่าวเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียของสถานทูต และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วด้วยยอดวิวเกิน 24 ล้านครั้งทั่วโลก ภาพในวิดีโอเริ่มจากทรัมป์ในชุดคลุมสื่อถึงศาสนา กำลังรักษาคนป่วยคล้ายพระเยซู จากนั้นมีเสียงพูดที่แปลเป็นไทยทำนองว่า "มีคนมาคิดบัญชีกับเจ้าแล้ว” ก่อนที่พระเยซูจะปรากฏตัว ตบทรัมป์จนเลือดพุ่ง แล้วโยนลงไปในกองไฟ



เหตุการณ์นี้ถือเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อภาพ AI ที่ทรัมป์เคยโพสต์บน Truth Social เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น โดยภาพนั้นแสดงให้ทรัมป์ปรากฏในลักษณะคล้ายพระเยซู ใช้มือรักษาคนป่วยและถือลูกแก้วเรืองแสง ภาพดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มศาสนาและนักวิเคราะห์การเมือง แม้กระทั่งจากฝ่ายสนับสนุนตัวทรัมป์เอง บางคนมองว่าเป็นการนำสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์มาใช้เพื่อการสร้างแบรนด์ส่วนตัว จนทรัมป์ต้องลบโพสต์นั้นออกในเวลาต่อมา

ล่าสุด ทรัมป์ได้โพสต์ภาพคู่ตัวเองและพระเยซูรูปใหม่ ภาพ AI ที่ถูกเผยแพร่บน Truth Social แสดงว่าพระเยซูกำลังโอบกอดตัวทรัมป์ พร้อมแคปชันว่า "ผมไม่ใช่คนที่เคร่งศาสนามาก แต่ดูเหมือนว่าพระเจ้ากำลังหงายไพ่ทรัมป์ของพระองค์"

ทรัมป์ได้โพสต์ภาพคู่ตัวเองกำลังหลับตา และพระเยซู AI รูปใหม่
การใช้ AI สร้างภาพที่เชื่อมโยงกับศาสนาครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ทรัมป์กำลังมีความขัดแย้งเปิดกับสมเด็จพระสันตปาปาเลโอ ชาวอเมริกันคนแรกที่ได้ขึ้นเป็นผู้นำคริสตจักรคาทอลิก ซึ่งวิจารณ์การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ เตือนให้สมเด็จพระสันตปาปา "ระมัดระวัง" ในการพูดเรื่องเทววิทยา หลังพระองค์ตรัสว่าผู้ทำสงครามไม่ใช่สาวกที่แท้จริงของพระคริสต์

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึงภาพ AI ที่ทรัมป์เคยโพสต์บน Truth Social ก่อนจะลบไปท่ามกลางเสียงวิจารณ์ยับเยิน
ประธานสภาไมก์ จอห์นสัน โต้กลับโดยอ้างหลักคำสอน "สงครามอันชอบธรรม" (Just War Doctrine) เพื่อหักล้างจุดยืนของวาติกัน จนสมาคม Knights of Columbus องค์กรภราดรภาพคาทอลิกชายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกแถลงการณ์ปกป้องพระสันตปาปา ระบุว่าพระดำรัสของพระองค์สะท้อนพระวรสาร ไม่ใช่การเมือง

ฝั่งสมเด็จพระสันตปาปาเลโอทรงยืนยันว่า "ไม่มีความกลัว" และจะพูดต่อไป โดยทรงวิจารณ์มหาอำนาจที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศในสุนทรพจน์ที่แอลเจียร์ โดยไม่ระบุชื่อประเทศ

ภาพ AI ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social และภาพจากคลิปประชดประชันของสถานทูตอิหร่าน กลายเป็นกรณีศึกษาล่าสุดของการนำ Generative AI มาใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารทางการเมืองระดับประเทศ
ไม่ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้จะลงเอยอย่างไร สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือตัวอย่างของ “สงครามมีม” (meme) หรือการใช้เนื้อหาดิจิทัลสั้นๆ ที่แชร์ได้ง่าย เพื่อสื่อสารข้อความทางการเมืองแทนการแถลงข่าวแบบดั้งเดิม ซึ่งแม้แต่เอกอัครราชทูตอิหร่าน ก็ยังใช้ AI สร้างคลิปประชดประชันที่ผสมผสานศาสนา การเมือง และอารมณ์ขันตลกร้ายเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นกระแสไวรัลในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ในมุมเทคโนโลยี ต้องยอมรับว่าเครื่องมือ AI ทำให้ทุกคน โดยเฉพาะรัฐบาลและผู้นำการเมือง สามารถผลิตเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจได้ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่สิ่งที่ตามมาคือ เส้นแบ่งระหว่างความเห็น ความล้อเลียน โฆษณาชวนเชื่อ และการยั่วยุทางศาสนา ที่กำลังเลือนรางมากขึ้นทุกวัน

(จากซ้าย) สมเด็จพระสันตปาปาเลโอ และ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
สำหรับคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงคุกรุ่น โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ฝ่ายเพนตากอนและฝ่ายบริหารของทรัมป์ตอบโต้ด้วยการระบุว่า คลิปของอิหร่านนั้นบิดเบือนจากความจริง และเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ไม่ว่าอย่างไร AI ที่มีราคาถูกลงและเข้าถึงง่ายขึ้น ย่อมทำให้โลกได้เห็นสงครามข้อมูล ผ่านวิดีโอและภาพที่สร้างด้วย AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบมุกตลก การประชด และการโจมตีทางการเมืองที่อาจลุกลามไปสู่ความขัดแย้งจริงในโลกกายภาพ โดยปัจจุบัน คลิปดังกล่าวยังคงถูกแชร์ต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มต่างๆ และกลายเป็นหัวข้อถกเถียงร้อนแรงในหมู่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลก ว่าการใช้ AI ในการเมืองระหว่างประเทศ จะนำไปสู่การสื่อสารที่เปิดกว้างมากขึ้น หรือจะกลายเป็นเครื่องมือเผยแพร่ความเกลียดชังและข้อมูลบิดเบือนแทน.

สำนักข่าว CNN รายงานเรื่องทรัมป์โพสต์ภาพ AI รูปใหม่