Under the skin of America’s humanoid robots: Chinese technology
Story by Raffaele Huang, The Wall Street Journal
02/042026
ไม่ว่าจะเป็นค่ายเทสลา ของ อีลอน มัสก์ หรือบริษัทอื่นๆ ที่ทำการผลิตหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ ต่างพากันหันไปหาพวกซัปพลายเออร์ในประเทศจีน เพื่อทำข้อตกลงให้จัดส่งชิ้นส่วนต่างๆ สำหรับอุตสาหกรรมแขนงนี้ ซึ่งทั้งวอชิงตันและปักกิ่งต่างมองว่าคือ อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่กำลังจะมีบทบาทอย่างใหญ่โตมโหฬาร
สิงคโปร์ - เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานบริหารของอินวิเดีย (Nvidia) นำ “โอลาฟ มนุษย์หิมะ” (Olaf, the snowman) จากภาพยนตร์เรื่อง “Frozen” ในเวอร์ชั่นหุ่นยนต์ ออกมาอวด หุ่นยนต์โอลาฟตัวนี้เป็นการนำเอา 3 บริษัทซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดของอเมริกามาร่วมงานกัน โดยใช้โนวฮาวด้านปัญญาประดิษฐ์จาก อินวิเดีย และอาศัย กูเกิล เป็นตัวจ่ายพลังงานขับเคลื่อนให้แก่ตัวละครซึ่งเป็นของ ดิสนีย์
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว หุ่นยนต์โอลาฟ ยังเป็นสิ่งโอ่อวดให้เห็นถึงความสามารถอันยอดเยี่ยมของจีนอีกด้วย มันจะไม่สามารถเดินต้วมเตี้ยนหรือโยกตัวไปมาได้เลย ถ้าปราศจากพวกชิ้นส่วนจาก ยูนิทรี (Unitree) บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์สัญชาติจีน ซึ่งเป็นตัวให้พลังทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่บริเวณคอและขาของมัน ทั้งนี้ตามเอกสารรายงานการวิจัยของบริษัทดิสนีย์
เวลานี้ บริษัทต่างๆ ของจีนกำลังมีการขยับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ที่ทางของพวกเขาในสายห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (humanoid robots หุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์) ซึ่งทั้ง หวง และ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) แห่งบริษัทเทสลา (Tesla) ต่างบอกว่า มันจะเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ตัวใหม่ถัดไปของวงการเทคโนโลยี ขณะที่สหรัฐฯสามารถควบคุมพวกชิปชั้นเลิศที่สุดตลอดจนเทคโนโลยีอื่นๆ สำหรับใช้อยู่ในสมองของหุ่นยนต์ จีนก็ยึดระบบนิเวศอุตสาหกรรมการผลิตสำหรับส่วนร่างกายของฮิวแมนนอยด์เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นมั่นคงชนิดไร้คู่แข่ง
“พวกไมโครอิเล็กทรอนิกส์ของพวกเขา (จีน), พวกมอเตอร์ของพวกเขา, แรร์เอิร์ธของพวกเขา, และแม่เหล็กของพวกเขา” –ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คือพวกรากฐานของวิทยาการหุ่นยนต์— ของพวกเขาคือดีที่สุดของโลก” หวง พูดเช่นนี้ในรายการพอดแคสต์รายการหนึ่งในเดือนมีนาคม “อุตสาหกรรมวิทยาการหุ่นยนต์ของโลกจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยจีนมากมายเหลือเกิน”
เทสลา เวลานี้กำลังสร้างทีมงานขึ้นทีมหนึ่งในประเทศจีน เพื่อให้ทำงานกับพวกซัปพลายเออร์ที่จัดส่งชิ้นส่วนต่างๆ สำหรับการสร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ “ออพทิมัส” (Optimus) ของบริษัท โดยที่พวกพนักงานลูกจ้างของ เทสลา ได้ออกตระเวนเยี่ยมเยียนบรรดาบริษัทจีนที่เป็นผู้ผลิตพวกตัวเซนเซอร์, มอเตอร์, และชิ้นส่วนอื่นๆ กันอยู่ ผู้คนซึ่งคุ้นเคยกับโปรเจ็คต์นี้เปิดเผยกับวอลล์สตรีทเจอร์นัล นี่คือการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผลิต ออพทิมัส จำนวนมากในลักษณะการผลิตแบบ mass production ซึ่ง มัสก์ ได้พูดทำนายไว้ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า มันจะกลายเป็น “ผลิตภัณฑ์ยิ่งใหญ่ที่สุดของทุกยุคสมัย เท่าที่เคยมีปรากฏออกมา”
พวกบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันมีการพึ่งพาอาศัยบรรดาโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตในจีนมานานนมแล้ว เพื่อทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือไอโฟน กระนั้น มีผู้วางนโยบายสหรัฐฯบางรายแสดงความรู้สึกไม่สบายใจในเรื่องที่พวกบริษัทจีนกำลังเข้ายึดบทบาทแกนกลางในห่วงโซ่อุปทานสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยที่มองกันว่าหุ่นยนต์ประเภทนี้จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการทหารตลอดจนในปริมณฑลอ่อนไหวอื่นๆ ได้มากมาย
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีทั้งจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตกลุ่มหนึ่ง ได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อให้จัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมา ทำหน้าที่ตรวจสอบความสามารถในการแข่งขันของอเมริกาในด้านวิทยาการหุ่นยนต์ โดยหยิบยกเหตุผลในเรื่องความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนความท้าทายต่างๆ ในการทำการผลิตหุ่นยนต์เหล่านี้ในในโรงงาน
สำหรับปักกิ่ง ก็กำลังปฏิบัติต่อห่วงโซ่อุปทานด้านหุ่นยนต์ในฐานะที่เป็นพื้นที่ทรงความสำคัญทางยุทธศาสตร์เช่นเดียวกัน โดยที่จีนได้ระบุให้ “ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งมีร่างกายตัวตน” (embodied AI) –หมายถึงการผสมผสานเอไอเข้ากับระบบต่างๆ ทางกายภาพ— เป็น 1 ใน 6 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งคาดหมายว่าจะเป็นตัวขับดันเศรษฐกิจในช่วงเวลา 5 ปีข้างหน้า
จีนระบุเอาไว้ตั้งแต่ปี 2023 ว่ามีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศที่มีความหยุ่นตัวสูงสำหรับรองหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ขึ้นมาให้ได้ภายในปี 2027 โดยตั้งความมุ่งหมายเอาไว้ว่าจะต้องทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันแดนมังกรจากผลกระทบรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นภายนอกประเทศ ตลอดจนเป็นฉนวนป้องกันการต้องพึ่งพาอาศัยชาติต่างๆ เป็นต้นว่า ญี่ปุ่น และ เยอรมนี ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องชิ้นส่วนต่างๆ ของหุ่นยนต์ มากจนเกินไป ครั้นแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ จีนก็ได้เผยแพร่มาตรฐานระดับชาติด้านต่างๆ สำหรับฮิวแมนนอยด์ชุดแรกออกมา ซึ่งครอบคลุมทั้งพวกเทคโนโลยีหลักๆ และส่วนประกอบทั้งหลาย
เนื่องจากภายในแดนมังกรเองมีชิ้นส่วนที่สลับซับซ้อนจำนวนมากมายให้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างสะดวก พวกบริษัทจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ประกอบสมบูรณ์แล้วทั้งหลายจึงสามารถนำผลิตภัณฑ์ของพวกตนออกสู่ตลาดได้รวดเร็วกว่า เมื่อปีที่แล้ว บริษัทจีนนำเอาโมเดลฮิวแมนนอยด์ออกสู่ตลาดได้รวม 28 โมเดล มากเกือบเป็น 3 เท่าตัวของพวกที่นำออกมาเปิดตัวโดยทางบริษัทอเมริกัน ทั้งนี้ตามข้อมูลของมอร์แกนสแตนลีย์
นอกจากนั้นแล้ว มาตรการให้การอุดหนุนจากทางรัฐบาล และการที่สาธารณชนกำลังมีความใส่ใจมากขึ้นเรื่อยๆ –โดยมีเกมการแข่งขันกีฬาด้วยหุ่นยนต์ และการเผยแพร่การแสดงต่างๆ ทางโทรทัศน์ เป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญมาก – ก็เป็นปัจจัยส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการยอมรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ตั้งแต่เนิ่นๆ รวมทั้งช่วยเหลือกิจการของจีนในการหาความสนับสนุนทางการเงินอีกด้วย
ยูนิทรี หนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำทั้งด้านหุ่นยนต์เต็มตัวสมบูรณ์ และด้านชิ้นส่วนหุ่นยนต์ มีแผนการระดมเงินทุนให้ได้ราวๆ 610 ล้านดอลลาร์ในการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ โดยวางแผนจะกระทำกันในปีนี้ ยูนิทรีบอกว่าสามารถส่งฮิวแมนนอยด์ออกสู่ตลาดได้มากกว่า 5,500 ตัวในปี 2025 ซึ่งถูกนำไปใช้งานด้านต่างๆ ทั้งในการวิจัย, การศึกษา, และการแสดงต่อหน้าสาธารณชน ตัวเลขขนาดนี้ถือว่าทิ้งห่างพวกคู่แข่งขันชาวสหรัฐฯไปไกลทีเดียว
“การที่สามารถทำการผลิตในขนาดใหญ่ๆ ยิ่งเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่อำนาจต่อรองของเราในการติดต่อกับพวกซัปพลายเออร์เหนือน้ำ (upstream suppliers) ทำให้เกิดความได้เปรียบด้านต้นทุนแบบยั่งยืน” บริษัทระบุเช่นนี้ในเอกสารเพื่อยื่นเรื่องขอทำไอพีโอของตน
มอร์แกนสแตนลีย์ ประมาณการว่า ห่วงโซ่อุปทานของจีนสามารถที่จะตัดลดต้นทุนของการทำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แต่ละตัวลงได้มาก โดยมากที่สุดอาจจะลดลงถึงสองในสามทีเดียว ทั้งนี้พวกชิ้นส่วนซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของฮิวแมนนอยด์ อย่างเช่น มอเตอร์และเกียร์ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ มีราคาเท่ากับราวๆ 55% ของต้นทุนทั้งหมดของหุ่นยนต์แต่ละตัวทีเดียว ตามการศึกษาวิจัยของบริษัทเทรนด์ฟอร์ซ (TrendForce)
“ความได้เปรียบของพวกกิจการสตาร์ทอัปทางด้านฮิวแมนนอยด์ของจีน อยู่ตรงที่พวกเขาสามารถเข้าถึงห่วงโซ่อุปทานได้อย่างกว้างขวางมาก” นี่เป็นความเห็นของ ไค โอนิชิ (Kei Onishi) ประธานของกองทุนเวนเจอร์แคปิตอล ยามาอา มอเตอร์ เวนเจอร์ส (Yamaha Motor Ventures) หน่วยงานของบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ญี่ปุ่นซึ่งตั้งฐานอยู่ในซิลิคอนแวลลีย์ในสหรัฐฯ ที่ได้พูดเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว “จีนมีตลาดที่สามารถทำการทดสอบแอปพลิเคชั่นแตกต่างกันได้เป็นจำนวนมาก และพวกซัปพลายเอร์ก็มีความยินที่จะรับความเสี่ยงด้วย”
กระนั้น พวกผู้ผลิตหุ่นยนต์สหรัฐฯยังคงมีข้อได้เปรียบในด้านการเข้าถึงพวกชิปล้ำยุคของอินวิเดีย ตลอดจนเทคโนโลยีเอไออเมริกันอื่นๆ นี่คือเหตุผลที่ทำไมพวกบริษัทจีนจึงกำลังมองหาธุรกิจในฐานะที่ตนเองเป็นซัปพลายเออร์ด้านชิ้นส่วนด้วย
ในปีที่แล้ว ตั้งแต่ที่สิงคโปร์ และโตกียว ไปจนถึง ริยาด และ ลาสเวกัส พวกบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ของจีน ได้กลายเป็นผู้เข้าร่วมงานแสดงอุตสาหกรรมหุ่นยนต์บ่อยครั้งมาก เวลาเดียวกันนั้นหลายบริษัทอย่างเช่น ยูบีเทรค (UBTech) และ ยูนิทรี ยังว่าจ้างพวกผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่น ให้มาช่วยเหลือเพื่อให้สามารถเข้าถึงพวกบายเออร์ต่างแดนอีกด้วย
ในเดือนมีนาคม มีข่าวใหญ่ได้รับความสนใจอย่างเกรียวกราว เมื่อ เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ เดินเคียงคู่มากับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โมเดลล่าสุด ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย ฟิเกอร์เอไอ (Figure AI) บริษัทที่ตั้งฐานอยูในซิลลิคอนแวลลีย์ ระหว่างงานประชุมซัมมิตทางด้านการศึกษา ซึ่งเธอเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ทำเนียบขาว
หุ่นยนต์ตัวนี้แนะนำตัวเองกับผู้ชมว่า “ฉันคือ ฟิเกอร์ 03 ฮิวแมนนอยด์ที่สร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกา” ขณะที่พวกนักวิเคราะห์ของ HSBC และผู้คนซึ่งคุ้นเคยกับเรื่องนี้เล่าว่า ในโมเดลรุ่นก่อนๆ ฟีเกอร์เอไอมีการใช้พวกซัปพลายเออร์จีน สำหรับส่วนข้อต่อ, เซนเซอร์, มอเตอร์ ของหุ่นยนต์
เดิมพันของเทสลา
ขณะที่ชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์บางอย่าง มีการนำเอาชิ้นส่วนของหุ่นยนต์ทางอุตสาหกรรม, รถยนต์, และพวกอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค มาดัดแปลงใช้งาน แต่สำหรับเทสลาแล้ว บริษัทกำลังพยายามที่จะออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนจำนวนมากด้วยตนเอง เรื่องนี้จะทำให้ เทสลา สามารถมีอำนาจควบคุมเหนือเทคโนโลยีนั้นๆ ได้มากขึ้น รวมทั้งหาทางทำให้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์สามารถเข้ากันได้ให้มากที่สุด แต่มันก็หมายความด้วยเช่นกันว่าบริษัทกำลังต้องพึ่งพาอาศัยพวกซัปพลายเออร์จีน ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถจัดหาจัดทำชิ้นส่วนชนิดทำขึ้นตามความต้องการของลูกค้า ในราคาที่ถือว่าดีงาม
สภาพที่ เทสลา ต้องพึ่งพาอาศัยจีน เป็นสิ่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนในปีที่แล้ว เมื่อบริษัทต้องลดการใช้แม่เหล็กแรร์เอิร์ธในหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ออพทิมัสลงมา หลังจากจีนใช้มาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการจำกัดการส่งออก ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของผู้คนที่คุ้นเคยกับห่วงโซ่อุปทานของเทสลา
ปีที่แล้ว มัสก์ แถลงว่ามีแผนการที่จะสร้างสายการผลิตออพทิมัสระดับ 1 ล้านตัวขึ้นมา โดยจะเริ่มต้นดำเนินงานกันภายในช่วงสิ้นปี 2026 นี้
สำหรับปีนี้ เทสลา ได้พูดจากับพวกซัปพลายเออร์ชาวจีนบางราย เกี่ยวกับการส่งใบสั่งซื้อพวกส่วนประกอบต่างๆ ที่เพียงพอสำหรับการทำ ออพทิมัส ออกมาเป็นหลักหมื่นหลักแสนตัว ผู้คนซึ่งคุ้นเคยกับการเจรจานี้เล่า ส่วนประกอบเหล่านี้ครอบคลุมถึงเซนเซอร์, มอเตอร์ที่เรียกกันว่ามอเตอร์ไร้สาย ซึ่งเป็นตัวให้พลังสำหรับความเคลื่อนไหวความเร็วสูงที่มีความแม่นยำ, และตัวลดอัตราเร็วซึ่งมักใช้กันในข้อต่อต่างๆ เพื่อเลียนแบบความเคลื่อนไหวของมนุษย์
ซัปพลายเออร์บางรายกำลังเตรียมพร้อมพวกความสามารถผลิตทางอุตสาหกรรมกันที่ประเทศไทยและประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ ให้แก่ เทสลา ส่วนหนึ่งก็เพื่อหลีกเลี่ยงอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯที่เรียกเก็บจากพวกสินค้าจีน ผู้คนที่เป็นแหล่งข่าวเล่าต่อ
มีผลิตภัณฑ์จีนบางอย่างเหมือนกันที่ยังคงมีคุณภาพต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับของพวกคู่แข่งชาวต่างประเทศ ผู้คนในธุรกิจนี้เล่าว่า ส่วนประกอบที่ต้องการความแม่นยำสูงบางอย่างของจีน เสื่อมสภาพรวดเร็วกว่าของพวกคู่แข่งที่มาจากญี่ปุ่น กระนั้น พวกซัปพลายเออร์จีนก็กำลังลดช่องว่างนี้ให้แคบลงเรื่อยๆ และบ่อยครั้งยังเสนอราคาที่ต่ำกว่า
โรงงานจีนแห่งหนึ่งที่เป็นผู้ผลิตพวกสกรู ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญยิ่งยวดสำหรับความเคลื่อนไหวต่างๆ ของหุ่นยนต์ กำลังแข่งขันด้วยการปรับปรุงคุณภาพ เพื่อให้ทัดเทียมกับมาตรฐานด้านอายุการใช้งานของเทสลา ที่เป็นมาตรฐานซึ่งสูงกว่าของทางจีน บริษัทแห่งนี้ ที่เป็นผู้ซัปพลายสกรูให้แก่ผู้ผลิตหุ่นยนต์จีนจำนวนมากอีกด้วย ประสบกับข้อเรียกร้องที่เข้มงวดมากชุดหนึ่งของเทสลา เป็นต้นว่า ต้องลดขนาดของดีไซน์, เพิ่มความทนทานให้สูงขึ้นราวหนึ่งในสี่, แต่กระนั้นบริษัทก็ยังคงสามารถตัดราคาให้ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ที่มาจากยุโรปได้ราว 25% ทั้งนี้ตามปากคำของผู้จัดการฝ่ายการตลาดรายหนึ่งของซัปพลายเออร์จีนรายนี้
“ทันทีที่เราสามารถปิดช่องว่าง (ด้านคุณภาพ) ได้” ผู้จัดการรายนี้บอก “โครงสร้างเรื่องราคาของเราก็จะกลายเป็นข้อได้เปรียบที่ใครๆ ก็ไม่สามารถเอาชนะได้”