xs
xsm
sm
md
lg

ด่วน! เดือดอีกแล้ว มีหวังรบกันใหม่? สหรัฐฯแถลงยึดเรือสินค้าอิหร่านเอาไว้ 1 ลำ ขณะเตหะรานตอบกลับดุเดือดว่าจะแก้เผ็ดเอาคืน พร้อมปฏิเสธไม่ยอมเจรจารอบสองกับวอชิงตันแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ภาพเผยแพร่โดยกองบัญชาการทหารด้านกลางของสหรัฐฯ (US CENTCOM) โดยระบุว่า เป็นภาพเรือสินค้า เอ็ม/วี ทูสกา (M/V Touska) ติดธงอิหร่าน เมื่อมองไปจากเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี “ยูเอสเอส สปรูแอนซ์”  (USS Spruance) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้เข้ายึดเรืออิหร่านลำนี้เอาไว้
สหรัฐฯแถลงในวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) ว่าได้ยึดเรือสินค้าอิหร่านลำหนึ่งเอาไว้ ขณะกำลังพยายามหลบหนีการปิดกั้นทะเลของตน ทางด้านเตหะรานตอกกลับอย่างเดือดาลว่าจะต้องตอบโต้แก้เผ็ด สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่ว่า การหยุดยิงระหว่างประเทศทั้งสองนี้ อาจจะไม่ยืนยาวไปอีก 2 วัน จนครบกำหนด 2 อาทิตย์ตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้

ขณะเดียวกัน ความพยายามที่จะสร้างสันติภาพซึ่งคงทนถาวรมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคนี้ ก็ดูเหมือนว่าจะอยู่ในอาการโซซัดโซเซใกล้ล้มครืนลงมาเช่นกัน เมื่ออิหร่านแถลงว่าจะไม่เข้าร่วมในการเจรจารอบที่สอง ซึ่งสหรัฐฯได้วาดหวังเอาไว้ว่าจะเริ่มต้นขึ้นได้ก่อนหน้ากำหนดการหยุดยิง 2 สัปดาห์จะหมดเวลาลงในวันอังคาร (21 เม.ย.)

สำหรับการปิดล้อมที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์แล้ว จนทำให้ไม่สามารถดำเนินการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลขับดันให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นนั้น ทำท่าจะยืนยงคงกะพันต่อไป

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯประกาศใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลกับท่าเรือแห่งต่างๆ ของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านทีแรกได้ประกาศยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซแล้วด้วยซ้ำ ทว่าผ่านไปได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็กลับมาประกาศปิดล้อมเส้นทางสัญจรสำคัญยิ่งยวดทางยุทธศาสตร์นี้ โดยเป็นช่องทางผ่านของน้ำมันถึงราวๆ 1 ใน 5 ของโลกอีกคร้งหนึ่ง ทั้งนี้ด้วยเหตุผลว่าต้องตอบโต้การที่สหรัฐฯไม่ยอมยุติการปิดล้อมทางทะเลของพวกเขา

สถานการณ์ทำท่าดุเดือดร้อนแรงขึ้นอีก เมื่อฝ่ายทหารสหรัฐฯแถลงในวันอาทิตย์ว่า ได้ยิงใส่เรือสินค้าติดธงอิหร่านลำหนึ่ง ขณะที่เรือลำดังกล่าวแล่นมุ่งหน้าไปยังท่าเรือบันดาร์ อับบาส ของอิหร่าน โดยที่ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่า “เรากำลังควบคุมเรือของพวกเขาเอาไว้อย่างมีอำนาจเต็มที่ และกำลังมองเห็นความเป็นไปบนเรือ!”

สำหรับฝ่ายทหารของอิหร่าน เล่าเรื่องจากทางฝ่ายของตนว่า เรือลำดังกล่าวกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปจีน และแถลงว่า “เราขอเตือนว่ากองทัพของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จะดำเนินการตอบโต้ในเร็วๆ นี้ และแก้เผ็ดเอาคืนต่อการกระทำแบบโจรสลัดติดอาวุธของฝ่ายทหารสหรัฐฯ” โฆษกผู้หนึ่งของฝ่ายทหารอิหร่านกล่าว ทั้งนี้ตามรายงานของสื่อภาพรัฐ

พวกสื่อภาครัฐของอิหร่านยังรายงานด้วยว่า เตหะรานได้ปฎิเสธไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ โดยอ้างเหตุผลเรื่องที่วอชิงตันยังคงดำเนินการปิดล้อมทางทะเล รวมทั้งมีการใช้ถ้อยคำเชิงข่มขู่คุกคาม ตลอดจนการที่วอชิงตันกำลังเปลี่ยนแปลงจุดยืนไปจากเดิม และกำลัง “ตั้งข้อเรียกร้องที่มากเกินไป”

“ใครก็ไม่สามารถจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านได้ ขณะเดียวกับที่คาดหวังจะให้มีความมั่นคงปลอดภัยแบบฟรีๆ สำหรับคนอื่น ทางเลือกนั้นมีความชัดเจนมาก นั่นคือ ถ้าหากไม่มีตลาดน้ำมันเปิดเสรีสำหรับทุกๆ คน ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างสำคัญสำหรับทุกๆ คน” โมฮัมมัดเดรซา อารีฟ รองประธานาธิบดีอิหร่าน เขียนข้อความเช่นนี้ทางสื่อสังคม

ก่อนหน้านี้ ตอนที่ยังไม่มีข่าวเรือรบอเมริกันยิงเรือสินค้าอิหร่าน ทรัมป์ได้ข่มขู่อิหร่านว่า สหรัฐฯจะทำลายสะพานทุกๆ แห่ง และโรงไฟฟ้าทุกๆ โรงในอิหร่าน ถ้าหากเตหะรานยังคงปฏิเสธไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เขาเสนอเอาไว้ ทั้งนี้ ตัวทรัมป์ได้ออกคำขู่ทำนองนี้ตลอดระยะเวลาเกิดสงครามคราวนี้ จนถูกมองว่ากำลังเป็นแบบแผนชนิดที่คาดเดากันได้ไปเสียแล้ว

อิหร่านนั้นได้แถลงตอบโต้ว่า หากสหรัฐฯกล้าโจมตีพวกโครงสร้างพื้นฐานฝ่ายพลเรือนของตนจริงๆ เตหะรานก็จะโจมตีพวกโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลของพวกชาติเพื่อนบ้านริมอ่าวเปอร์เซียเช่นกัน

ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ส่งผลให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมันดิบชนิดเบรนท์ กระโจนพรวดขึ้นราวๆ 7% ไปอยู่ที่ 96.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาซื้อขายตราสารฟิวเจอร์ส ของดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ถอยลงมาราว 0.9% ในช่วงการซื้อขายตอนเช้าของตลาดเอเชีย