"มงคลกิตติ์" แจง กกต.ยืนยัน “นโยบายอวกาศ–ผัวเมียหลายคน” ไม่เพ้อแต่ทำให้ประเทศก้าวล้ำ ซัด กกต.หากเอาผิดต้องฟันพรรคการเมืองอื่น ที่สัญญาแล้วทำไม่ได้ด้วย ค้านขึ้น VAT 10% ซ้ำเติมคนไทย แนะรัฐซื้อโรงกลั่นลดราคาน้ำมัน จวกมาตรการช่วยคนจนไร้ผล–ติงพฤติกรรมนายก “ถุย” ไม่เหมาะสม เหน็บแก่แล้วอาจเลอะเลือน
วันนี้( 20 เม.ย.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคทางเลือกใหม่ เดินทางเข้าชี้แจงต่อ กกต.กรณีถูกร้องเรียนขณะหาเสียงเลือกตั้งว่านโยบายด้านอวกาศเป็นนโยบายเกินจริง เป็นไปไม่ได้ โดยนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า นโยบายนี้สหรัฐอเมริกาก็มีการทำ มีการโคจรไปนอกระบบสุริยะจักรวาลแล้ว ถึงขนาดจะนำมนุษย์ไปอยู่ที่บนดวงจันทร์ และยังมีประเทศฝรั่งเศส อินเดีย อิหร่าน ต่างต้องการแข่งขันกันในเรื่องพวกนี้ เราก็เลยนำเรื่องนี้มาใส่ในนโยบายหาเสียงของพรรค เพราะเราไม่อยากให้ประเทศไทยล้าหลัง นโยบายนี้จึงเป็นนโยบายก้าวล้ำ ส่วนนโยบายผัวเมีย จะชี้แจงอีกครั้งในวันที่ถูกเรียกมาสอบ แต่ก่อนหน้านี้ก็ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายของสภาฯแล้ว ว่าจะต้องยื่นรายชื่อ 20 คน และให้สภายกต้นร่างกฎหมาย ส่วนตัวเห็นว่าแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายผัวเมียมานานแล้ว แต่ก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ไม่ได้ จึงเป็นเรื่องที่กฎหมายตามพฤติกรรมมนุษย์ไม่ทัน เรายังคงมีเรื่องกิ๊ก เมียน้อย เมียหลวง แต่ปัจจุบันเรามีการแก้ไขกฎหมายให้สามารถสมรสได้ระหว่างชายกับชาย หญิงและหญิง ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าของกฎหมาย ตนก็มีแนวคิดว่า ในศาสนาอิสลามยังให้ผู้ชายสามารถแต่งงานกับหญิงได้ถึง 4 คน แต่ต้องได้รับการยินยอมจากคู่ภรรยาลำดับก่อนๆ จึงเห็นว่าผู้หญิงก็ควรที่จะมีความเท่าเทียม จึงได้เสนอให้ผู้หญิงสามารถมีสามีได้ 4 คน ซึ่งถือว่าก็เป็นการปฏิรูปกฎหมาย สังคม วัฒนธรรม ให้ก้าวหน้าขึ้น อีกทั้งขณะนี้ในหลายประเทศจะมีลักษณะคล้ายกันเช่นประเทศภูฏาน หญิงก็มีสามีได้หลายคน สวิตเซอร์แลนด์ มีจำนวนประชากรผู้ชายน้อย ผู้หญิงสวิตเซอร์แลนด์ก็มีการชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลให้ออกกฎหมายนำเข้าผู้ชาย การนำเสนอนโยบายของตน จึงเป็นตัวริเริ่มเปลี่ยนแปลงสังคมบ้านเมือง ฉะนั้นคำว่าก้าวล้ำคือก้าวล้ำทุกอย่าง ซึ่งตนก็จะได้ชี้แจงต่อ กกต.
"การที่พรรคอื่น ไม่ได้มองและนำเสนอนโยบายเรื่องนี้ เพราะเขาไม่ได้มองในจุดนี้ เพราะผมไม่อยากให้ไทยล้าหลังในเรื่องอวกาศ เราอยู่ในอันดับที่ 40 ของโลก ถือว่าไกลมากเลย และ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่นโยบายที่เป็นไปไม่ได้หรือเกินจริง เพราะถ้าพูดเช่นนั้นหลายๆพรรค เช่นพรรคภูมิใจไทย ได้ปราศรัยเสนอนโยบายว่า 2 เดือนกว่าจะรวยไม่ไหว แล้ว 4 ปีเงินน่าจะล้นหมดแล้ว แต่มันก็ไม่ได้รวยจริง หรือที่บอกว่าไทยไม่เทา ถามว่าแก้เทาแก้คอรัปชั่นได้หรือไม่ ก็แก้ไม่ได้ และพรรคการเมืองเหล่านี้เป็นรัฐบาลแล้ว เขาก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าทำไม่ได้ ฉะนั้นถ้าจะดำเนินคดีกับผมในข้อหาหาเสียงเกินจริง ก็ต้องให้ผมเป็นรัฐบาลก่อน แล้วไปพิสูจน์ว่าทำได้แค่ไหน แต่สิ่งที่กกต.ต้องดำเนินคดี คือต้องดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2562 ,2566 ที่แต่ละพรรคสัญญาแล้วทำไม่ได้กกต.ต้องดำเนินคดีกับทุกคน ถ้าไม่ดำเนินคดีก็จะโดนมาตรา 157 เพิ่มเงินเดือน 24,000 บาทต่อเดือนก็ยังทำไม่ได้ ก็ต้องดำเนินคดีด้วย ไม่อย่างนั้นถ้ากกต.ปล่อยคนอื่นไป ก็ต้องปล่อยผมด้วย แต่ถ้าดำเนินคดีผมก็ต้องดำเนินคดีกับคนอื่นด้วย
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวอีกว่า เป็นห่วงที่พรุ่งนี้ มีสว.เพชรบุรีระบุว่าจะเสนอต่อที่ประชุมสว.ให้เสนอรัฐบาลจเพิ่มการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% ซึ่งตนขอคัดค้านเพราะเป็นการซ้ำเติมประชาชน คล้ายๆกับการขึ้นราคาน้ำมัน ที่ประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบ เพราะตอนนี้ไม่ใช่รวยไม่ไหวแล้ว แต่ไม่มีจะแดกแล้ว"ฃ จึงไม่อยากให้สว.เสนอเพื่อขอมติ และทราบมาว่ารัฐบาลจะมีการกู้เงินเพื่อซัพพอร์ต ราคาน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท มองว่าทางที่ดีควรจะสร้างโรงกลั่น หรือซื้อหุ้นโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาไปเลย เพราะมีกำลังการผลิตที่สูง 40-50 ต่อวัน เมื่อรัฐบาลถือหุ้นมากขึ้นก็ไม่ต้องไปอิงราคาสิงคโปร์ ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศเราลดลง ตนเสนอรัฐบาลแล้วไม่ใช่ติด่าอย่างเดียว
"ฝากถึงนายราเชน เวียงตระกูล หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคของผมว่า อยากให้กระซิบนายอนุทิน ว่าอย่าขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือประกาศแสดงจุดยืนว่าถ้าหากนายกรัฐมนตรี ขึ้นภาษีจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงพรรคเล็กพรรคน้อยอื่นๆ อะไรที่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน ต้องคัดค้านไม่ใช่เป็นฝ่ายรัฐบาล แล้วเขาสั่งชิด ยืน นั่ง หมอบก็ทำตาม มีอะไรต้องพูด โดยเฉพาะนายราเชน และพรรคทางเลือกใหม่ ได้เสียงเข้ามาจนได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้มาจากการซื้อเสียงแม้แต่คะแนนเดียวฉะนั้นร่างทรงนี้ควรจะทำประโยชน์เพื่อประชาชน เผื่อสมัยหน้าท่านอาจได้เป็นอีก เพราะสมัยหน้าผมไม่ได้ช่วยท่านแล้ว ท่านต้องช่วยตัวเองแล้ว ซึ่งการช่วยตัวเองที่ดีที่สุด คือการพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน คุณอนุทิน ไม่ได้ให้คุณราเชนเป็นผู้แทนราษฎร แต่ประชาชนเป็นคนเลือกมาและส่วนใหญ่เขาเลือกผม เพื่อส่งให้คุณราเชนเป็นสส. ฉะนั้นอยากเป็นสส.สมัยเดียวสมัยสุดท้าย หรืออยากจะเป็นต่อก็ให้เลือกเอา"
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่รัฐบาลเพิ่มเงินให้ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกหัวละ 100 บาทว่า มันช่วยอะไรไม่ได้ เพราะค่าครองชีพมันเกิน 100 ไปแล้ว ส่วนคนละครึ่งประชาชนจะใช้ได้ก็ต้องมีเงินอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งประชาชนไม่มีแล้วจะทำอย่างไร ถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาแบบนี้เรื่อยๆ เชื่อว่า จะต้องเผชิญกับสารพัดม็อบ ตั้งแต่ปลายเม.ย.เป็นต้นไป และรัฐบาลนี้ยังต้องเผชิญกับคดีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดในการเลือกตั้ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย หลังจากที่กกต.ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว
ส่วนการที่นายกแสดงกริยา "ถุย"ในการเปิดงานวันไหลบางเบิด ที่จ.ชุมพร นั้น เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะเป็นผู้นำประเทศไม่ควรทำเช่นนั้น แต่นายกอายุเข้า 60 แล้ว อาจจะเลอะเลือนไม่ได้ทันระวัง ถ้าบอกว่าเป็นการถุยเพราะไม่ชอบสคริป ต้องคิดว่าไปทำให้คนเขียนสคริปเสียใจหรือไม่ นายกควรไปขอโทษคนที่ทำสคริปด้วย แต่จริงๆจะให้ผู้นำประเทศพูดเรื่องไหน เขียนให้เป็นหัวข้อก็พอไม่ต้องเขียนเป็นสคริป เพราะอย่างตนยังพูดเองได้เลย