ญี่ปุ่นยกเลิกข้อจำกัดในการขายอาวุธร้ายแรง ยุติมาตรการแบนการส่งออกภายใต้รัฐธรรมสันติภาพของประเทศ ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1947 ความเคลื่อนไหวซึ่งมีขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไป
ความเคลื่อนไหวนี้แถลงเมื่อวันอังคาร(21 เม.ย.) โดย ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหัวอนุนักษ์นิยมสายแข็งกร้าว ซึ่งสนับสนุนมาช้านานให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพของญี่ปุ่น และยกระดับศักยภาพด้านการทหารเชิงรุกของประเทศ ผู้นำรายนี้บอกว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสิ่งแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ ยามที่ "ไม่มีประเทศไหนที่สามารถปกป้องสันติภาพและความมั่นคงของตนเองได้เพียงลำพัง"
"จนถึงตอนนี้ การส่งมอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ผลิตในประเทศไปยังต่างแดน ถูกจำกัดไว้เพียงยุทโธปกรณ์สำหรับการค้นหาและกู้ภัย การขนส่ง การลาดตระเวนและการกวาดทุ่นระเบิดเท่านั้น แต่ด้วยการปรับแก้นี้ ตามหลักการแล้ว การส่งมอบยุทโธปกรณ์ป้องกันตนเองทั้งหมดจะกลายมาเป็นสิ่งที่เป็นไปได้" ทาคาอิจิกล่าว
ต่อจากนี้ บรรดาบริษัทของญี่ปุ่นจะสามารถขายอาวุธแก่ประเทศต่างๆ 17 ชาติ ที่โตเกียวมีข้อตกลงส่งมอบยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันตนเองร่วมกัน ในนั้นรวมถึงสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย และอีกหลายชาติในอาเซียน อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีหญิง เน้นย้ำว่าการผ่อนปรนข้อจำกัดการส่งออกอาวุธนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อคำมั่นสัญญาต่อสันติภาพของประเทศ"
"แน่นอนว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในพันธสัญญาของเราต่อการยึดถือเส้นทางและหลักการพื้นฐานที่เราปฏิบัติมาอย่างยาวนาน ในฐานะประเทศที่รักสันติมาตลอดกว่า 80 ปี นับตั้งแต่สงคราม" ทาคาอิจิเน้นย้ำ
ญี่ปุ่นได้ประกาศสละสิทธิในการทำสงครามภายใต้มาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจัดทำขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง และรับปากจะไม่คงกองทัพเอาไว้ อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น(JSDF) ได้กลายมาเป็นกองทัพเต็มรูปแบบมานานแล้ว และอัดแน่นไปด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)