ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้เป็นหนึ่งในมิติที่ส่งผลกระทบต่อสังคมภายใต้ความเชื่อมโยงกับการเมืองการปกครองของบ้านเรามาอย่างยาวนาน
และนับจากไฟใต้ได้ลุกลามมาอย่างต่อเนื่องรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ความพยายามที่จะแก้ไขด้วยการทุ่มเทสรรพกำลังทั้งบุคลากรและงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก
จากวันนั้นหรือวันที่ไฟเริ่มลุกโชนจวบจนวันนี้จะเห็นได้ว่าถึงแม้ภาครัฐจะใช้นวัตกรรมหรือปรับกลยุทธ์ภายใต้ตำราพิชัยสงครามเพื่อนำไปเป็นเครื่องมือสำหรับการแก้ไข
แต่สถานการณ์ก็ยังมิวายที่จะดับหรือมอดไหม้และที่สำคัญหากย้อนไปดูปรากฎการณ์หรือสถิติที่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้สร้างสถานการณ์จนนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจะเห็นได้ว่าในปี 2567-2569 โดยเฉพาะในเดือนเมษายน 2568 พบว่ามีความรุนแรงพุ่งสูงขึ้นถึง 57 ครั้งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย และบาดเจ็บ 50 ราย
เมื่อพูดถึงมาตรการการดับไฟใต้โดยเฉพาะมิติที่ภาครัฐดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ตลอดจนการพูดคุยสันติสุขรวมทั้งการใช้การเมืองนำการทหารโดยมีรัฐบาลและพรรคการเมืองคอยเป็นแรงเสริมก็ตามแต่จนแล้วจนรอดความสูญเสียก็ยังไม่ยุติ
ที่น่าสนใจหนึ่งในมิติของการสร้างสันติสุขหรือการดับไฟใต้ที่สามารถใช้ได้จริงและจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมซึ่งผู้เกี่ยวข้องพึงตระหนักและนำสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและจริงใจ คือ ศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”ดังที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริไว้
อย่างไรก็ตามเพื่อให้ศาสตร์พระราชาดังกล่าวบรรลุผลและจับต้องได้อย่างแท้จริงหนึ่งในมิติที่หน่วยภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องจะต้องตระหนักและให้ความสำคัญคือการพัฒนาทรัพยากรหรือทุนมนุษย์โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต ซึ่งมิติที่สำคัญคงจะได้แก่การขับเคลื่อนผ่านกระบวนการศึกษาและกิจกรรมกีฬาตลอดจนอื่นๆที่ตอบโจทย์และสอดคล้องกับบริบทในยุคดิจิทัล
และกิจกรรมที่เห็นว่าน่าจะสอดคล้องกับการสร้างสันติสุขได้ในระดับหนึ่งนอกจากการใช้กระบวนการทางศึกษาแล้ว “กีฬา”ก็เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์และสามารถขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติเช่นกัน
ต่อกรณีการใช้กิจกรรมกีฬาสำหรับการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้จะเห็นว่าในหลายรอบปีที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐภายใต้การผนึกพลังร่วมของเอกชนก็ได้เสริมสร้างด้วยการนำกิจกรรมมาเป็นหนึ่งในการส่งเสริมพหุวัฒธรรมการพัฒนาเยาวชนและสร้างพื้นที่สร้างสรรค์
ไฮไลท์สำคัญ อาทิ กิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนสานฝัน 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเฟ้นหาทีมไปฝึกทักษะต่างแดน ตลอดจนการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน รวมทั้งการสร้างเยาวชนให้มีทักษะที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ผ่าน E-Sports และการผลักดันสู่ Sport Tourim Destination เป็นต้น
วันนี้เพื่อให้จังหวัดชายแดนใต้เกิดสันติสุขและนำไปสู่การดับไฟใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรมการนำกิจกรรม “กีฬา”เข้าไปมีส่วนร่วมในการดับไฟใต้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ไม่ควรมองข้ามและควรดำเนินการอย่างจริงจัง และจริงใจ
ทั้งนี้เพราะกีฬาเป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญที่ส่งผลต่อ “การสร้างคน สร้างชาติ”ได้อย่างยั่งยืนเช่นกัน
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร