พิษณุโลก - นักวิชาการ ม.นเรศวร ตั้งกล้องจุลทรรศน์ส่องตุ่ม “ปลาแค้น้ำโขงเชียงคาน” ตัวที่ 4..เป็นปลาป่วย พบคล้ายพยาธิใบไม้-ไข่ ควรเลี่ยงบริโภค ส่วนการปนเปื้อนของโลหะหนัก ต้องรอผลตรวจเนื้อ-เครื่องในปลา คาดฟันธงได้ใน 1 สัปดาห์ เผยเจอปลาแค้น้ำโขงเป็นตุ่มคล้ายกันแล้ว 4 ตัว-ล่าสุดเพิ่งจับได้ 22 เมษาฯ
อาจารย์ศรัณย์พร เกิดเกาะ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนานาชาติ และหัวหน้าโครงการระบบวิทยาศาสตร์พลเมืองฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยถึงกรณีพบปลาแค้ ที่จับได้จากแม่น้ำโขง อ.เชียงคาน จ.เลย มีลักษณะผิดปกติ และได้รับการติดต่อนำเข้าตรวจที่ห้องแลปพยาธิวิทยา อาคารมหาธรรมราชา มน.ว่า ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม ปลาแค้ ที่พบผิดปกติตัวล่าสุด จับได้จาก“ดอนไข่” บ้านเชียงคาน หมู่ 1 อ.เชียงคาน เมื่อ 22 เมษายน 2569 มีลักษณะที่คล้ายกับปลาที่พบเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน เมื่อตรวจสอบภายในตุ่มที่ปรากฏบนตัวปลา พบว่ามีทั้งพยาธิและไข่พยาธิอยู่ภายใน ซึ่งสะท้อนว่าปลามีภาวะอ่อนแอ และมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อาจมีสารโลหะหนักหรือมลพิษสะสม
แต่การตรวจเนื้อปลาและเครื่องใน เพื่อตรวจหาการปนเปื้อนของโลหะหนัก คาดว่าจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์ ขณะนี้ยังไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เนื่องจากพบปลาลักษณะดังกล่าวเพียงประมาณ 4 ตัวเท่านั้น แต่การเฝ้าระวังถือเป็นสิ่งสำคัญ และควรรอผลตรวจวิเคราะห์อย่างเป็นทางการก่อน แต่แนะนำเลี่ยงการบริโภคปลาที่ผิดปกติ
ดร.ณัฐวุฒิ เจริญผล อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุชัดแจน แต่สิ่งที่เห็นตอนนี้เป็นเพียงลักษณะภายนอกเท่านั้น สาเหตุที่แท้จริงต้องตรวจทางพยาธิวิทยา เช่น ลักษณะของรอยโรค ตรวจว่ามีพยาธิหรือไม่ มีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ รวมถึงดูสภาพของเนื้อเยื่อ
การพบก้อนนูนกระจายบริเวณใต้คาง ปาก และครีบปลา มากกว่า 10 ก้อน อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อหรือมีสิ่งแปลกปลอมสะสมในร่างกาย ซึ่งแม้ปลาจะตายแล้ว แต่ยังสามารถตรวจหาหลักฐานบางอย่างได้ โดยเฉพาะพาราไซต์ หากอยู่ในก้อนนูน เมื่อตัดชิ้นเนื้อไปตรวจบนสไลด์ อาจพบตัวอ่อนหรือพยาธิได้ ส่วนแบคทีเรียไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องย้อมสีและตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อจำแนกชนิด
“สิ่งที่เห็นชัดคือปลาตัวนี้มีความผิดปกติและอยู่ในภาวะป่วยแล้ว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอผลตรวจในห้องปฏิบัติการยืนยัน”
ดูจากกล้องจุลทรรศน์พบพยาธิใบไม้ที่ตรวจพบบนก้อนเนื้อลักษณะเป็นตุ่มนูนบริเวณผิวของปลา ซึ่งได้จากการผ่าชำแหละตัวอย่างปลา จากนั้นนำตัวอย่างเนื้อเยื่อมาตรวจด้วยเทคนิค wet smear และส่องกล้องจุลทรรศน์ ทำให้สังเกตลักษณะของพยาธิได้โดยตรงในสภาพสด ซึ่งลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่พบ พยาธิมีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ และมีอวัยวะสำหรับยึดเกาะ (haptor) บริเวณปลายลำตัว ซึ่งอาจเห็นเป็นตะขอ (hooks) หรือโครงสร้างคล้ายแผ่นดูด ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับพยาธิใบไม้ที่เป็นปรสิตภายนอกของปลา
ทั้งนี้ นายชาญณรงค์ วงศ์ลา นายกสมาคมฮักแม่น้ำโขง และตัวแทนกลุ่มฮักเชียงคาน กล่าวว่า ปลาน้ำโขงตัวที่พบผิดปกติตัวล่าสุดจับได้เมื่อ 22 เม.ย.69 จาก“ดอนไข่” บ้านเชียงคาน หมู่ 1 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพบมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นตัวที่ 4 น้ำหนักประมาณ 100 กรัม ยาวราว 23 เซนติเมตร มีตุ่มขึ้นตามครีบ หนวด รอบปาก และลำตัว คล้ายการติดเชื้อหรือปนเปื้อนบางอย่างจากต้นน้ำ ซึ่ง สปป.ลาว มีเหมืองจำนวนมาก พอพบปลาผิดปกติ จึงประสานนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวรส่งตัวอย่างไปตรวจสอบ