“เอกนัฏ”เตรียมผ่อนปรนส่งออกน้ำมันอากาศยาน( Jet A1) แก้ปัญหาโรงกลั่นมีปริมาณสต๊อกน้ำมันสำเร็จรูปจ่อล้นคลัง แต่ยังคงห้ามส่งออกดีเซลอยู่
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงาน มีแนวคิดทบทวนมาตรการส่งออกน้ำมัน โดยจะผ่อนปรนการส่งออกน้ำมันอากาศยาน (Jet A1)หลังจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน แจ้งว่าถังเก็บน้ำมันใกล้เต็มแล้ว และประเทศเพื่อนบ้านเริ่มขาดแคลนน้ำมันอากาศยาน แต่ยืนยันยังระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลต่อไปโดยไม่ให้โรงกลั่นลดกำลังการผลิตด้วย
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนดีเซลอีก
การผ่อนปรนส่งออกน้ำมันอากาศยานจะให้โรงกลั่นน้ำมันมีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อมาดูแลน้ำมันดีเซล แต่ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนอีกคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากโรงกลั่นเดินเครื่องจักรกลั่นเต็มที่เพื่อผลิตน้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะดีเซลให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ แก้ปัญหาปั๊มไม่มีน้ำมันขายที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมที่เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ไทยมีความต้องการใช้น้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นเฉลี่ยสูงถึงวันละ 84-90 ล้านลิตร จากปกติความต้องการใช้เฉลี่ยวันละ 67 ล้านลิตรและโรงกลั่นจะกลั่นปกติวันละ 74 ล้านลิตร ทำให้โรงกลั่นต้องเพิ่มกำลังการกลั่นเพื่อให้ได้ดีเซลขยับขึ้นเป็น 80 -84ล้านลิตรต่อวัน
แต่ปัจจุบันสถานการณ์ความต้องการใช้ดีเซลกลับสู่ภาวะปกติ อยู่ที่ 50-52ล้านลิตรมา2อาทิตย์แล้ว ซึ่งต่ำกว่าที่โรงกลั่นผลิตน้ำมันดีเซลได้ ทำให้เกิดปัญหาน้ำมันจ่อล้นคลัง ไม่มีที่เก็บน้ำมันสำเร็จรูป อาทิ โรงกลั่นไออาร์พีซี คาดว่าจะเต็มประมาณสิ้นปลายเดือน เม.ย. นี้ โรงกลั่นPTTGC และโรงกลั่นไทยออยล์ คาดว่า จะเต็มถังประมาณกลางเดือน พ.ค. นี้
ดังนั้นกลุ่มผู้ประกอบการโรงกลั่นทั้ง 6 โรงกลั่นในประเทศจึงเรียกร้องให้ภาครัฐ ผ่อนผันมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท โดยจะขอผ่อนผันขอส่งออกน้ำมันอากาศยานJet A1ก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับความต้องการประชาชนทั่วไป ที่ส่วนใหญ่ใช้น้ำมันในกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซลเป็นหลัก ส่วนประเทศในกลุ่มอาเซียนเริ่มขาดแคลนน้ำมันอากาศยาน เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ขณะที่ประเทศไทยมีกำลังผลิตมากเพียงพอใช้