‘พิพัฒน์’ จ่อชง ครม.สานต่อแลนด์บริดจ์ มิ.ย.นี้ มูลค่า 1 ล้านล้าน คว้าโอกาสวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ยันรัฐไม่ได้ออกเงิน ให้แค่สัมปทานที่ดินลงทุน พร้อมเคลียร์ใจ ปชช. ปมผลกระทบสิ่งแวดล้อม
วันนี้ (25 เม.ย. 69) เวลา 09.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่าโครงการแลนด์บริดจ์ควรจะเดินหน้าพิจารณาต่อว่าถูกต้อง เพราะเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอาจจะมีปัญหาในอนาคต ดังนั้นควรเป็นโอกาสของประเทศไทยในการสร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยเพื่อเป็นการเชื่อมโลกทั้งสองฝั่งมหาสมุทร
นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าเราจะไม่ได้ประโยชน์เพราะการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ขึ้น ๆ ลง ๆ ทำให้เสียเวลา ก็ขอให้ไปช่วยกันหาข้อมูลมาว่าจริงหรือไม่ แต่จากที่ตนหาข้อมูลเรือที่ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าถ่ายลำ ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่การนำสินค้าจากประเทศหนึ่งไปสู่ปลายทางทั้งหมด 100% แต่เป็นการรวมสินค้าจากแต่ละท่าเรือและทำการถ่ายลำแยกสินค้าเพื่อไปประเทศต่าง ๆ ดังนั้นไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ประโยชน์เรื่องเวลาจากการขนถ่ายแลนด์บริดจ์ หากเขาถ่ายสินค้าที่ชายฝั่งไทย เขาก็ต้องไปถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ด้วย ซึ่งขณะนี้เรากำลังเชิญชวนให้มีการนำสินค้าถ่ายลำเข้ามามากขึ้น
เมื่อถามว่าโครงการนี้จะเริ่มได้เมื่อใด นายพิพัฒน์กล่าวว่า เราจะเริ่มภายในปีนี้ ซึ่งขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตนจะไปลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนจะเริ่มสร้างที่จุดใดนั้น เราต้องสอบถามผู้ลงทุนก่อน โดยจะเป็นการเรียกประมูลทั้งต่างประเทศและในประเทศซึ่งเราจะให้โอกาสเท่ากัน แต่ก็อยู่ที่เขาจะไปลงทุนในจุดใดก่อน ซึ่งก่อนจะดำเนินการในเรื่องนี้ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน
ส่วนกระทรวงคมนาคมจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เมื่อใด นายพิพัฒน์กล่าวว่า น่าจะช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเร่งนำเสนอให้ได้ภายในปีนี้
เมื่อถามอีกว่าโครงการนี้จะต้องใช้งบประมาณจำนวนเท่าไหร่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เขาตั้งไว้ว่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไทยไม่ได้ลงทุน เราจะให้แค่สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียวแล้วให้เขามาลงทุน
เมื่อถามว่าจะต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ต้องทำ ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ ก็ต้องไปเจรจากับคนในพื้นที่ว่าสิ่งที่เขาต่อต้านเป็นข้อมูลที่แท้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องไปชี้แจงว่าข้อมูลที่เขาได้รับอาจจะไม่ใช่ NGO เขาก็ตั้งท่าอยู่แล้ว
นายพิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า ตนจะลงพื้นที่เพื่อดูแลนด์บริดจ์ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ และจะเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้