ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - โฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐห่วงภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ชาวยิวที่เข้ามาถือครองที่ดินและทำธุรกิจในภาคใต้ และภาคอื่นๆ จี้ สมช.-กอ.รมน. เผยข้อเท็จจริง และแนวทางแก้ปัญหา
วันนี้ (25 เม.ย.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา และประธานอนุกรรมาธิการทหารด้านไซเบอร์ อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้กล่าวถึงปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น ซึ่งกำลังพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งที่เป็นภัยกับความมั่นคงของประเทศ นั่นคือปัญหาของชาวยิว หรือประชาชนจากประเทศอิสราเอล ที่เข้ามถือครองที่ดิน และขยายการสร้างธุรกิจแย่งชิงอาชีพของคนไทย ในเกาะพะงัน เกาะสมุย เกาะภูเก็ต และมีข่าวการเข้ามา ถือครองที่ดินใน จ.นราธิวาส และอื่นๆ ในภาคใต้ รวมทั้งใน อ.ปาย แม่ฮ่องสอน และหลายอำเภอของ จ.เชียงใหม่
ที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี มีตัวเลขที่ชัดเจนว่า มีชาวยิวเข้ามาตั้งถิ่นฐานถาวร ถือครองที่ดินผ่านนอมีนี จำนวน 2,600 ครอบครัว โดยถือครองที่ดินถึง 41 % ของ เกาะพะงัน เช่นเดียวกับเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่ชาวยิวเข้าไปดำเนินกิจการต่างๆ โดยมีการตั้งบริษัทนอมีนีถึง 50 บริษัท มีการตั้งสำนักกฎหมายของชาวยิว เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับที่ดิน การลงทุนถึง 50 บริษัท และที่เกาะภูเก็ต ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ซึ่งมีชาวยิวเดินทางมาตั้งถิ่นฐาน มีการก่อสร้างโบสถ์หรือศาสนาสถาของชาวยิว ที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เหมือนกับสถานที่นั้น เป็นประเทศของตนเอง
ยังไม่ได้นับรวมถึงการเข้ามายึดพื้นที่ใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ของชาวยิวอีก 3,000 ครอบครัว ที่เข้ามาอยู่และถือคลองที่ดินอย่างถาวร รวมทั้งการเดินทาง เข้า-ออก ระหว่างประเทศอิลราเอลกับ อ.ปาย ปีละ 30,000 กว่าคนของชาวอิสราเอล และการเข้ามายึดครองที่ดิน และการทำธุรกิจใน จ. เชียงใหม่ ที่ทั้งหมดต่างใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ในการตั้งคนไทยเป็นนอมีนีในการถือครองที่ดิน และทำธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่ ซึ่งชาวยิวเข้ามายึดครอง
โดยเฉพาะในพื้นที่ของภาคใต้ตอนบน ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว และในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีข่าวว่า ชาวยิวได้ให้คนไทยเป็นนอมีนีเข้ามาซื้อที่ดินใน จ.นราธิวาสและยะลา เพื่อขยายพื้นที่ ซึ่งหากปล่อยให้ดำเนินการ จะเป็นอันตรายต่อพื้นที่ของภาคใต้เป็นอันมาก เพราะประชาชนที่เป็นมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ประกาศเป็นศัตรูกับชาวยิวอย่างเปิดเผย และสนับสนุนมุสลิมปาเลสไตน์ ที่เป็นคู่สงครามกับชาวยิว และถือว่า ยิวคือผู้รุกรานมุสลิม ถ้ารัฐปล่อยให้ยิวขยายพื้นที่เข้ามาถือครองที่ดินในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมามาสู่ความขัดแย้งกับคนในพื้นที่ และนำไปสู่ปัญหาการก่อการร้าย เพราะ ปัจจุบันกองกำลังติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นมีขีดความสามารถในการขยายพื้นที่ก่อการร้าย ไปยังจังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ทั้งหมด หากมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ยาวยิวและธุรกิจของชาวยิวในพื้นที่ของภาคใต้ คือ เป้าหมาย ในการก่อการร้ายของ บีอาร์เอ็น
เรื่องนี้คือภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ที่ขอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กอร.มน. และ.กอ.รมน.ภาค 4 รวมทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง นำข้อเท็จจริง ทั้งจำนวนชาวยิว ที่เข้ามาอยู่อย่างถาวร จำนวนมากน้อยเท่าไหร่ และมีการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศเท่าไหร่ การจัดตั้งศาสนาสถาน มีการขออนุญาตหรือมีการควบคุมอย่างไร การตั้งบริษัทธุรกิจต่างๆ เพื่อทำธุรกรรม โดยใช้คนไทยเป็นนอมีนี ที่เกิดขึ้น จะแก้ปัญหาอย่างไร
“รวมทั้งข่าวสารที่ปรากฏว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าใช้ซอฟท์แวร์ ในงานด้านความมั่นคงจากประเทศอิสราเอล และกองทัพมีสนธิสัญญาในด้านความมั่นคงกับอิสราเอลเป็นความจริงหรือไม่ ทั้งหมดเป็นประเด็นร้อน ที่รัฐบาลต้องให้ความจริงกับประชาชน และนโยบายในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น”
นายไชยยงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ กำลังรวมรวมรายละเอียดเบื้องต้นของปัญหาที่เกิดจากยิว เข้ามาถือครองที่ดิน และทำธุรกิจแข่งขันกับคนไทย โดยการใช้นอมีนี ที่เป็นเรื่องผิดกฎหมายและการขยายพื้นที่จากภาคใต้ตอนบนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นพื้นที่อ่อนไหวอย่างมาก เพื่อให้กรรมธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ทำการศึกษาข้อเท็จจริง และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน และการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น