ภาพยนตร์ชีวประวัติ ไมเคิล แจ็คสัน ฝ่าคำวิจารณ์เชิงลบและปัญหาเบื้องหลัง กวาดรายได้เปิดตัวทั่วโลก 217 ล้านดอลลาร์ สร้างสถิติใหม่สูงสุดตลอดกาลในหมวดไบโอพิก
ภาพยนตร์ Michael ผลงานชีวประวัติทุนสร้างสูงของ ไมเคิล แจ็คสัน สามารถฝ่ากระแสวิจารณ์ด้านลบและปัญหาการผลิตที่ยืดเยื้อ เปิดตัวในโรงภาพยนตร์อเมริกาเหนือด้วยรายได้ 97 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้รายได้รวมทั่วโลกพุ่งแตะ 217 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นสถิติเปิดตัวสูงสุดตลอดกาลของภาพยนตร์ชีวประวัติ แซงหน้าทั้ง Oppenheimer ที่เคยทำไว้ 180.4 ล้านดอลลาร์ และ Bohemian Rhapsody ที่ 124 ล้านดอลลาร์
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานที่ได้รับการรับรองจากกองมรดกของแจ็คสัน และนำแสดงโดยหลานชายของเขา จาฟาร์ แจ็คสัน โดยทำรายได้ต่างประเทศ 120.4 ล้านดอลลาร์ และในสหรัฐฯ 97 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันยังไม่เข้าฉายในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่ของแฟนเพลงแจ็คสัน โดยมีกำหนดฉายในเดือนมิถุนายน
แม้จะถูกนักวิจารณ์ตำหนิว่าเลี่ยงประเด็นอ่อนไหวในชีวิตของศิลปินรายนี้ แต่กระแสจากผู้ชมกลับสวนทางอย่างชัดเจน โดยเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ให้คะแนนนักวิจารณ์เพียง 38% ขณะที่คะแนนจากผู้ชมสูงถึง 97% ซึ่งสูงเกินคาดการณ์เดิมที่ประเมินรายได้เปิดตัวไว้เพียง 50–70 ล้านดอลลาร์ ด้านอดัม โฟเกลสัน ประธานค่าย Lionsgate ระบุว่า กระแสตอบรับจากผู้ชมทุกกลุ่มเป็นสัญญาณตั้งแต่ต้นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีศักยภาพจะประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ เนื่องจากชื่อเสียงของแจ็คสันยังคงถูกถกเถียงจากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดเด็กในอดีต แม้เจ้าตัวและกองมรดกจะยืนยันความบริสุทธิ์ และเขาเคยพ้นผิดในการพิจารณาคดีอาญาเมื่อปี 2005 ขณะเดียวกัน สมาชิกบางส่วนในครอบครัวอย่าง เจเน็ต แจ็คสัน ไม่ได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์ และ แพริส แจ็คสัน ยังออกมาวิจารณ์ว่าเนื้อหาเป็นเพียง “โลกแฟนตาซี”
เบื้องหลังการผลิตยังเต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อทีมงานต้องตัดเนื้อหาส่วนใหญ่ในช่วงท้ายเรื่องออก หลังพบว่ามีการกล่าวถึงกรณีของ “จอร์แดน แชนด์เลอร์” ซึ่งขัดต่อเงื่อนไขทางกฎหมายจากข้อตกลงในปี 1994 ส่งผลให้ต้องถ่ายทำใหม่ด้วยงบประมาณสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ โดยผู้กำกับ อองตวน ฟูควา และมือเขียนบท จอห์น โลแกน ปรับโครงเรื่องให้จบในปี 1988 ก่อนเกิดข้อกล่าวหาใด ๆ
แม้จะเผชิญปัญหาหนักหน่วง แต่ Michael กลับกลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินถล่มทลาย ด้วยทุนสร้างรวมเกือบ 200 ล้านดอลลาร์ โดยค่าย Lionsgate ได้ขายสิทธิ์จัดจำหน่ายต่างประเทศให้กับ Universal Pictures เพื่อลดความเสี่ยง และขณะนี้มีแผนพัฒนาภาคต่อ รวมถึงอาจมีภาคที่สามในอนาคต
ทั้งนี้ แม้ Bohemian Rhapsody ยังคงครองตำแหน่งหนังชีวประวัติดนตรีทำเงินสูงสุดตลอดกาลที่ 910 ล้านดอลลาร์ และ Oppenheimer เป็นหนังชีวประวัติที่ทำรายได้รวมสูงสุดที่ 975 ล้านดอลลาร์ แต่การเปิดตัวของ Michael ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในแง่ “สุดสัปดาห์แรก” อย่างไม่อาจปฏิเสธ