"บิ๊กเต่า"เผยคลิปสินบนทองคำมัด "โจ๊ก"ยาวกว่า 20 ชั่วโมงอยู่ในมืออัยการแล้ว ปัดแถลงแพร่คลิปลับไม่ได้สร้างความเสียหายให้ใคร - ป.ป.ช.ส่งสำนวนคดี อดีต รอง ผบ.ตร.กลับมาให้ ตร. ฟันอีกหลายคดี
วันนี้ ( 27 เม.ย.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. เดินทางมาพบ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ตามหมายเรียกในคดีที่ถูกพ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุและพ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ อดีตลูกน้องคนสนิทแจ้งความกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายโดยการตบบ้องหู เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมาว่าเป็นเรื่องของหมายเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาในเรื่องของการทำร้ายร่างกาย กรณีที่มี พ.ต.ท.คริษฐ์ และ พ.ต.อ.อาริศ มาแจ้งความไว้ที่กองปราบปรามว่าถูกทำร้าย พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐาน เมื่อมีพยานหลักฐานก็เรียกตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทางตัวผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนแล้วให้การปฏิเสธ ก่อนจะปล่อยตัวชั่วคราวไป
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่าสำหรับคดีทำร้ายร่างกายอดีตลูกน้องไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคดีทอง 246 บาท อันนั้นเป็นคนละเรื่องกัน ทาง พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ผู้ต้องหามีการฟ้องร้องศาล ว่าตนไปหมิ่นประมาทเขาเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ซึ่งตามข้อเท็จจริงเรามีพยานหลักฐาน ทั้งคลิปเสียงและคลิปวิดีโอของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่ถูกทำร้าย ซึ่งบางคนก็ยังไม่มาแจ้งความ บางคนก็มาแจ้งความแล้ว อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เราไม่ได้ไปให้ร้ายหรือใส่ความผู้ต้องหา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรามีพยานหลักฐาน ถึงแม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นมาหลายปีก็ตาม
"ในช่วงที่ท่านมีอำนาจ ทุกคนก็ไม่กล้าที่จะออกมา แต่เมื่อมาตอนหลังมีการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาหลายเรื่อง และเป็นเรื่องที่เขาคาใจและอยากแจ้งความดำเนินคดีมานานแล้ว ก็เอาเรื่องนี้เข้ามาแจ้งความ ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนกองปราบปรามทำไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานไม่มีการกลั่นแกล้งและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายอย่างไรก็ตามนอกเหนือจากคดีทอง 246 บาท แล้วยังมีเรื่องอื่นที่กำลังรอ ป.ป.ช.ส่งกลับมาอยู่ที่ ตร. ซึ่งขณะนี้ ตร.ยังไม่ส่งลงมา บช.ก." รอง ผบช.ก.กล่าว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ชุดทำงานของ บช.ก.ไม่มีความหนักใจ เราพร้อมที่จะทำเรื่องนี้เพราะว่ามันเรื่องที่มีพยานและหลักฐานที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้ไปเอาข้อมูลหรือหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายใส่ความ มันเป็นเรื่องจริงก็ต้องว่ากันไป ถ้าตำรวจไม่บังคับใช้กฎหมายกับตำรวจด้วยกันเองแล้วใครจะมาทำ เพราะฉะนั้นที่เราทำเพราะเราต้องการรักษาองค์กร ทำกฎหมายให้มันศักดิ์สิทธิ์ว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะมีเส้นหรือไม่มีเส้น ไม่ว่าจะใหญ่ขนาดไหน เมื่อคุณทำผิดคุณก็ต้องได้รับการบังคับใช้กฎหมายเช่นเดียวกัน
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า หลังจากโฆษก ตร. มาร่วมแถลงความคืบหน้าคดีทอง 246 บาท เมื่อ 18 เม.ย.เรากำลังดูอีกส่วนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ เพราะว่า เรามองว่าการที่ผู้ต้องหากับกลุ่มผู้ต้องหาไปบิดเบือนพยานหลักฐานสร้างความเสียหายให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สร้างความไขว้เขวให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของข้อเท็จจริง และเรื่องที่มีการเปิดคลิปเสียงขึ้นมามันเป็นเรื่องที่ผู้ที่อยู่ในขบวนการมองว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยแล้วเอาเขาไปร่วมกระทำความผิดด้วย เขาไม่ยินยอมก็เลยเอาคลิปต่าง ๆ ออกมาพูด และมันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเป็นคลิปจริงเราดำเนินการตรวจสอบทางเทคนิคทางวิทยาศาสตร์แล้ว ยืนยันว่าการดำเนินการของเราไม่ได้ไปสร้างความเสียหายให้ใคร เพียงแต่ปกป้องและสร้างความเข้าใจให้พี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่ามีอดีตพนักงานสอบสวนที่พ้นราชการไปแล้วให้ความเห็นผ่านสื่อฯ ว่าการนำคลิปเสียงมาเปิด อาจจะเป็นการชี้นำสังคม สร้างแรงกดดันกระบวนการยุติธรรมได้นั้น รอง ผบช.ก.ตอบว่า ไม่เป็นแบบนั้น เพราะคลิปจริง ๆ ทั้งหมด 20 กว่าชั่วโมงได้ไปอยู่ที่คณะกรรมการตรวจสอบ และ อัยการเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นคลิปที่เรานำมาเปิดเผยให้เห็นนี้เป็นเพียงบางส่วนที่ต้องการชี้แจงให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่ายังมีขบวนการที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง ขบวนการที่จะเอาข้อมูลเท็จต่าง ๆ มาสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อมาต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งก็มีคนไม่เห็นด้วยเลยเอาคลิปต่าง ๆ มาให้เรา
เมื่อถามว่า สำหรับ นายสามารถ หรือเอดเวิร์ด ที่ไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทอง 246 บาท มีข้อมูลเป็นคนทำใบเสร็จในคดีรถเบ้นซ์ 13 ล้าน ในคดีเจ๊อ้อยฟ้องทนายตั้มนั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่าตำรวจได้ทำการสอบสวนและสืบสวนแล้ว ปรากฎว่าเอดเวิร์ด เป็นตุ๊กตาตัวหนึ่งที่เขาให้มาซื้อทองให้แล้วเอาเงินสดให้ภายหลัง และก็ไม่รู้เรื่องว่าทองนี้จะเอาไปทำอะไร เพราะฉะนั้นความเชื่อมโยงของพยานหลักฐาน เราก็เลยกันคน ๆ นี้เป็นพยาน เพราะว่าไม่มีเจตนาที่จะกระทำความผิดในเรื่องนี้ด้วย ส่วนกรณีที่ไปเกี่ยวข้องในคดีทนายตั้มก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เอดเวิร์ดเขาทำธุรกิจ ซึ่งเขาก็มีธุรกิจการซื้อขายรถอยู่ก็เป็นเรื่องปกติ เขาให้การตามข้อเท็จจริง ลูกน้องก็มาให้การตามข้อเท็จจริงเป็นเรื่องการดำเนินการส่วนนั้นไป