xs
xsm
sm
md
lg

57 ปี! 'ป้าคำเพียร' รอบัตรประชาชน หลังปลัดอำเภอท่าอุเทนยื่นมือช่วยตรวจ DNA คืนสิทธิคนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นครพนม - ยิ่งกว่านิยายน้ำเน่า ป้าคำเพียร แก้วมหาดี เกิดและอยู่อาศัยบนแผ่นดินไทยมานาน 57 ปีแต่ไม่มีบัตรประชาชนเพราะตอนคลอดพ่อแม่ยากจนไม่มีเงินไปแจ้งเกิด จึงไม่เคยได้สิทธิสวัสดิการของรัฐ ล่าสุดปลัดอำเภอท่าอุเทน นครพนม รับปากจะช่วยเหลือเต็มที่โดยจะตรวจพิสูจน์ DNA อีกครั้ง


จากกรณีข่าวหญิงวัย 57 ปี ชาวบ้าน ตำบลรามราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้รับความเดือดร้อนเพราะเป็น "คนไทยไร้สัญชาติ" ทั้งที่เกิดและโตในไทย แต่ไม่มีบัตรประชาชนมาตลอดชีวิต เนื่องจากตอนคลอดออกมาพ่อแม่มีฐานะยากจนมาก ทำให้เมื่อนางคำเพียรเกิดใน ปี 2512 ไม่มีการไปแจ้งเกิดตามระเบียบ จึงไม่ได้รับสิทธิใดๆ จากภาครัฐ แม้จะเคยขอความช่วยเหลือผ่านผู้นำชุมชนหลายครั้งเรื่องกลับเงียบหาย จนเจ้าตัวตัดพ้อว่าอาจเป็นเพราะความยากจนจึงไม่มีใครสนใจ เข้าไม่ถึงสวัสดิการรัฐ และสิทธิการรักษาพยาบาลในฐานะพลเมืองไทย

นางคำเพียร แก้วมหาดี อายุ 57 ปี เล่าว่า เมื่อปี 2554 ตนเก็บหอมรอมริบเงินจากการรับจ้างเพื่อไปตรวจ DNA และผลยืนยันชัดเจนว่าเป็นสายเลือดเดียวกับพ่อแม่ที่มีสัญชาติไทย รวมทั้งมีเอกสารรับรองว่าจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนในพื้นที่ (ร.ร.รามราช) รวมถึงเอกสารที่แสดงหลักฐานถึงพ่อและแม่มีใบมรณบัตรและเลขบัตรประชาชน 13 หลักอย่างชัดเจน เพื่อยืนยันว่าเป็นคนไทยแม้จะไม่มีบัตรประชาชน แต่มีหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ความเป็นคนไทย พยายามช่วยตัวเองถึงขั้นเก็บเงินไปตรวจ DNA ตั้งแต่ปี 2554 (ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับคนหาเช้ากินค่ำ)

แต่เรื่องกลับค้างคามานานกว่า 15 ปี จนกระทั่งร้องทุกข์ผ่านทางประธานสภา อบจ.นครพนมและสื่อมวลชน เข้ามาช่วยขับเคลื่อนจึงเป็นความหวังสุดท้ายที่จะทำให้เธอได้เป็นคนไทยอย่างสมบูรณ์เสียที


ล่าสุดวันนี้ (27 เม.ย.) นายเจ้าพระยา มณีปกรณ์ ปลัดอำเภอกลุ่มงานทะเบียน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ระบุว่าจะมีการตรวจ DNA ของนางคำเพียรใหม่ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาเปรียบเทียบว่าการตรวจความสัมพันธ์ระหว่าง "หลาน/ลูกของป้า" หรือ "พี่น้องร่วมบิดา" ว่าฝ่ายใดจะให้ผลการพิสูจน์ที่ชัดเจนมากกว่ากัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินการทางทะเบียน โดยจะได้มีการประสานงานร่วมกับโรงพยาบาลนครพนมเพื่อยืนยันขั้นตอนและแนวทางการตรวจให้ถูกต้องตามระเบียบ ก่อนจะส่งตัวชาวบ้านคนดังกล่าวไปตรวจและรอผลเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

นายเจ้าพระยากล่าวอีกว่า ตั้งแต่ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่อำเภอท่าอุเทนได้ประมาณ 1 ปีกว่า ก็ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหาสถานะบุคคลอย่างจริงจัง โดยอาศัยการพิสูจน์ DNA เป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งปัจจุบันสามารถช่วยชาวบ้านเพิ่มชื่อและคืนสิทธิทางทะเบียนไปได้แล้วไม่ต่ำกว่า 50-60 ราย โดยทั้งหมดเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถปฏิเสธความสัมพันธ์ทางสายเลือดได้หลังจากผล DNA ยืนยันชัดเจน โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยยืนยันตัวตน"




ขณะที่ นางคำเพียร แก้วมหาดี อายุ 57 ปี ชาวบ้านรามราช ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยความตื้นตันใจเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพิสูจน์สิทธิเพื่อทำบัตรประชาชน หลังจากรอคอยมานานหลายสิบ ปี ถึงแม้การเดินทางมายังที่ว่าการอำเภอในครั้งนี้ยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ในทันทีก็ตาม แต่ก็ได้รับคำแนะนำและประสานให้นำทายาทที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดไปตรวจ DNA อีกครั้งที่โรงพยาบาลนครพนม โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนครั้งก่อนหน้า

ตอนนี้นางคำเพียรมีความหวังลึกๆ ว่าครั้งนี้จะสำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและประสานงานกับโรงพยาบาลนครพนมให้อย่างใกล้ชิด "ถ้าได้บัตรประชาชนจริงๆ ก็คงจะดีใจมากเพราะรอคอยมาค่อนชีวิต"