ปรินซ์หลุยส์แห่งเวลส์ องค์รัชทายาทลำดับที่ 4 แห่งราชบัลลังก์อังกฤษ ทรงเข้าสู่วัย 8 พรรษาบริบูรณ์นับจากเมื่อเบิร์ธเดย์ 23 เมษายน 2026 และด้วยวี่แววแนวโน้มของพระองค์แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงแบบเลี้ยวหักศอก จากดั้งเดิมที่เป็นตัวตนซนเฮี้ยวเซี้ยวแก่นอย่างน่ารักน่ากอด ตลอดตั้งแต่ปี 2022 จดจนปี 2024 ปรินซ์ก็ทรงทรานฟอร์มเนรมิตพระอิมเมจขึ้นมาใหม่หมดจด เป็นปรินซ์หลุยส์ที่สุขุม นิ่ง และมาดมั่นได้อย่างน่าทึ่งนับแต่ที่เสด็จออก ณ วัดนักบุญมารีย์ มักดาลา แซนดริงแฮม เมื่อวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม 2024 จดจนเมื่อทรงเสด็จออกงานพิธีมิสซาอีสเตอร์ซันเดย์ โบสถ์น้อยนักบุญจอร์จ เขตพระราชฐานวินด์เซอร์ วันที่ 5 เมษายน 2026
ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์จึงวิเคราะห์ถึงเฟสใหม่ในอนาคตอันใกล้ๆ ไม่ไกลของเจ้าชายขวัญใจพสกนิกรว่า พระราชนัดดาแห่งสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 “จะทรงต้องการความเป็นอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ” โดยที่พระบิดาวิลเลียมกับพระมารดาแคเธอรินสามารถวางพระทัยได้ว่า ปรินซ์สุดท้องจะไม่ซุกซนเป็นเด็กตลกอีกแล้ว กูรูคนดังนามว่า เจนนี บอนด์ ฟันธงไว้อย่างนั้นกับเดอะมิร์เรอร์สื่อยักษ์ค่ายใหญ่แห่งอังกฤษ
พร้อมนี้ กูรูเจนนี บอนด์ชี้ไว้ด้วยว่า พระราชโอรสและพระราชสุณิสาของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ยังทรงจะต้องประคับประคองกล่อมเกลามิติแห่งความหลุยส์ขาลุย ผู้ทรงแสบซนน่ารักต่อไปอีกหลายระยะ
วัน เดือน และปีต่างๆ ที่ผ่านมา เจ้าชายหลุยส์ ผู้เป็นพระโอรสสุดท้องน้องเล็กของปรินซ์วิลเลียม ว่าที่พระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร ทรงเป็นสมาชิกพระราชวงศ์พระองค์โปรดของบรรดาแฟนคลับสายรอยัลลิสต์ โดยที่ว่า ด้วยความแสบน่ารักและแสนซนบนความไร้เดียงสา และด้วยความกล้าแสดงออกแบบแมนๆ (ไซส์เด็ก) เจ้าชายหลุยส์ขาลุยจึง “ทรงขโมยซีน” สำเร็จล้นหลามเสมอ ไม่ว่าจะขณะประทับในพระราชพิธี หรือบนสีหบัญชรพระราชวังบัคกิงแฮม หรือบนอัฒจันทร์ Royal Box ฯลฯ ปรินซ์จอมพลังจะทรงเรียกรอยยิ้มและเสียงกรี๊ดปลื้มปริ่มจากมวลมหาพสกนิกรได้อื้ออึง เพราะว่า พลังแสบซนที่ไม่ก้าวร้าว กลายเป็นความน่ากอดน่าเอ็นดู และนำมาซึ่งความประทับใจใหญ่หลวงนั่นเอง
อายุที่เพิ่มขึ้นของปรินซ์หนุ่มน้อยวัยเลขตัวเดียว มาพร้อมกับภูมิปัญญาที่น่าทึ่ง เจนนี บอนด์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์ ตั้งประเด็นไว้อย่างนั้น โดยชี้ให้สังเกตว่า ปรินซ์หลุยส์ทรงสามารถบริหารจัดการกับพลังความอยากจะเล่นทะเล้นต่อหน้าสาธารณชนได้อยู่ตัวแล้ว
แบบว่า.. แทนที่จะทรงแก่นซนแสนเฮี้ยว เล่นมุกตลกต่างๆ ดั่งเมื่อ 2-3 ปีก่อน ปรินซ์หลุยส์ก็ทรงเปลี่ยนไปเป็นโบกมือทักทายอย่างขรึมจางๆ ให้แก่ประชาชนที่มารอเฝ้าชมพระบารมี อาทิ ในวันอีสเตอร์ซันเดย์ ที่หน้าโบสถ์น้อยเซนต์จอร์จ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา หรือแทนที่จะวิ่งปรู๊ดไปปรู๊ดมาสนุกสนานกับของขวัญที่ประชาชนถวายในวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม 2025 และ 2024 ที่หน้าโบสถ์นักบุญมารีย์ มักดาลา ในแซนดริงแฮม ก็กลายเป็นเดินไปรับ พร้อมกล่าวขอบคุณบ้าง โค้งขอบคุณบ้าง ในพระลีลาแห่งสุภาพบุรุษตัวน้อยน่าชื่นชม
ปรินซ์หลุยส์ ณ 8 กะรัต ทรงพร้อมจะก้าวพ้นออกจากวัยเด็กเล็ก โดยปรินซ์ทรงแสดงให้เห็นว่าทรงเจริญพระชนม์เป็นผู้ใหญ่แล้ว และเสด็จพ่อเสด็จแม่สามารถไว้วางพระทัยให้ปรินซ์ดูแลตนเองได้
คลิปรวมลีลาซุกซน ปนแสบฮา ตลอดจนหวานแหววของปรินซ์หลุยส์ ซึ่งจะกลายเป็นตำนานแห่งความน่ากอดของเจ้านายพระองค์น้อย ผู้มากมายด้วยพลังแห่งจินตนาการและการสร้างสรรค์
ดังเห็นกันหลายวาระในห้วง 1-2 ปีนี้ว่า ความรู้สึกของเจ้าชายหนุ่มน้อยได้เติบโตมากขึ้น เกินกว่าจะกลับไปเล่นซน แก่นแก้ว อย่างที่เคยปรากฏบนอัฒจันทร์รอยัลบอกซ์ ขณะทอดพระเนตรขบวนแห่แพลตตินัมจูบิลีอันยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งประชาชนฝ่ายต่างๆ จัดเข้าไปร่วมมหกรรมเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในโอกาสครบรอบ 70 ปีการครองราชย์เมื่อปี 2022
พร้อมนี้ กูรูเจนนี บอนด์ ยังย้ำถึงความเปลี่ยนแปลงสำคัญของเจ้าชายหนุ่มน้อยด้วยว่า นับจากนี้จะไม่มีเบบี๋หลุยส์หวนกลับมาให้ได้ปลื้มได้หัวเราะเอ็นดูกันอีก โดนจะมีแต่เจ้าชายหลุยส์ที่ใส่ใจกับอิมเมจแห่งจริยวัตรดีงามที่ปรากฏต่อสาธารณชน
“เห็นได้ชัดเมื่อวันอีสเตอร์ค่ะ เมื่อตอนที่พวกเราเห็นพระราชตระกูลเดินจากปราสาทวินด์เซอร์มายังโบสถ์น้อยนักบุญจอร์จนั้น เจ้าชายจอร์จมิใช่พระองค์เดียวที่ทรงสูงพุ่งขึ้นมา” เจนนี บอนด์ ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์กล่าว อีกทั้งชี้ประเด็นว่า
“ปรินซ์พระองค์น้อยผู้เคยชมชอบที่จะครึกครื้นเล่นซน และเคยปรากฏพระองค์ในกางเกงขาสั้น ตอนนี้ทรงวางพระองค์สง่าภาคภูมิในชุดสูทผูกเน็กไท
“ตอนนี้ไม่มีแผลงฤทธิ์ซุกซน ไม่มีแลบลิ้นใส่ช่างภาพแล้วนะคะ ... อันที่จริง ปรินซ์หลุยส์แทบจะไม่มองไปทางประชาชนที่รอรับเสด็จเลยด้วยซ้ำ ดิฉันไม่คิดว่าเสด็จพ่อกับเสด็จแม่จะใช้วิธีหักหาญห้ามปรามกับปรินซ์หรอกค่ะ ความเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะเป็นเพราะปรินซ์หลุยส์ทรงหันมาตระหนักเองว่าพระองค์ทรงอยู่ในสายตาสาธารณชน”
กระนั้นก็ตาม กูรูเจนนีเชื่อว่าขณะที่ปรินซ์หลุยส์ทรงเจริญพระชนม์ แฟนคลับพระราชวงศ์น่าจะอยากเห็นปรินซ์มากขึ้นเยอะๆ ในทุกพระราชอีเวนต์ แม้ปรินซ์และปรินเซสแห่งเวลส์ยังทรงต้องดูแลความเป็นส่วนตัวให้แก่พระโอรสและพระธิดา
“ดิฉันคาดว่าปรินซ์หลุยส์จะได้เข้าร่วมในพระราชกิจต่างๆ ของพระบิดาและพระมารดาพร้อมหน้ากับปรินซ์จอร์จและปรินเซสชาร์ลอตต์เกือบทุกหมายกำหนดการล่ะค่ะ แต่ก็แน่นอนว่าปรินซ์และปรินเซสแห่งเวลส์จะยังดูแลให้พระโอรสและพระธิดาเติบโตขึ้นมาแบบเด็กอังกฤษทั่วไปมากที่สุดที่จะเป็นไปได้ ที่ผ่านมาเจ้านายทั้งสามพระองค์ดูดีงามอย่างยิ่งนะคะ ซึ่งต้องยกย่องเสด็จพ่อเสด็จแม่ที่ทรงอุทิศทุ่มเท” กูรูเจนนีกล่าวไว้กับเดอะมิร์เรอร์
เบิร์ธเดย์ 8 พรรษาของปรินซ์หลุยส์ตรงกับวันที่ 2 ของเทอมการศึกษาสุดท้ายปี 2025/26 แต่นั่นไม่ทำให้ปาร์ตีฉลองวันเกิดกลายเป็นกร่อยแต่อย่างใด กูรูเจนนี นำเสนออย่างนั้น พร้อมรายงานดังนี้
“หลังเลิกเรียน ก็ได้เวลาชุมนุมกันฉลองเบิร์ธเดย์ปาร์ตี อาจจะเป็นปิ้งย่างบาร์บีคิว และเล่นกระโดดบนแทรมโพลีน เกมถนัดอย่างยิ่งของปรินซ์หลุยส์ เสร็จแล้วก็จัดฉลองใหญ่ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์”
ส่วนสำหรับของขวัญเบิร์ธเดย์นั้น กูรูเจนนีบอกว่าน่าจะเยอะทีเดียวเชียว
“เราต่างทราบดีว่าปรินซ์หลุยส์ทรงโปรดปรานการเล่นกลอง ดังนั้น อาจเป็นได้ว่าจะมีกลองชุดรุ่นใหม่ล่าสุด นอกจากนั้น ก็เป็นพวกเกมสารพัดอย่าง ในครั้งหนึ่ง ปรินซ์เขียนจดหมายกราบบังคมทูลขอบพระราชหทัยสมเด็จพระอัยยิกาเจ้า และพระอัยกา ที่ทรงสละเวลาเล่นเกมกับพระองค์ ดังนั้น ส่วนหนึ่งของบรรดาของขวัญเบิร์ธเดย์น่าจะมีบอร์ดเกมยอดฮิตทั้งหลาย” เจนนี บอนด์กล่าวไว้กับเดอะมิร์เรอร์
ขณะที่ปรินซ์หลุยส์มีความก้าวหน้าด้านวุฒิภาวะ และทรงเรียนรู้ที่จะยอมรับถึงบทบาทสมาชิกพระราชวงศ์ นั้น กูรูเจนนีเชื่อว่าจะมีการกล่อมเกลามากขึ้นเพื่อไม่ให้ปรินซ์หลุยส์มีความรู้สึกว่าพระองค์เป็น “ตัวสำรอง” ให้แก่พระเชษฐาจอร์จ ผู้ทรงครองโควตาว่าที่กษัตริย์อังกฤษลำดับที่ 2 ต่อจากพระบิดาวิลเลียม
แม้จะเป็นงานยากทีเดียวที่จะไกด์ให้ปรินซ์หลุยส์ค้นพบจุดแข็ง และพัฒนาขึ้นมาเป็นความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งจะทำให้พระองค์ไม่กลายเป็นเจ้าชายเล็กๆ ที่ถือเอาความเป็นพระอนุชาของปรินซ์จอร์จ เป็นเกราะป้องกันตัว แต่กูรูเจนนีก็ฟันธงว่ากรณีของปรินซ์แฮร์รี (ผู้ประกาศความน้อยใจชีวิตว่า ทรงประสูติหลังพระเชษฐาวิลเลียมเพียง 2 ปี แล้วต้องมาเป็นตัวสำรอง) จะทำให้ปรินซ์และปรินเซสแห่งเวลส์ “คอยระมัดระวังความรู้สึกนึกคิดของปรินเซสชาร์ลอตต์กับปรินซ์หลุยส์”
ด้าน ฮิวโก วิกเคอร์ส นักประวัติศาสตร์ราชวงศ์ ชี้ว่าอานิสงส์จากการที่ปรินซ์วิลเลียมกับปรินเซสเคททุ่มเทเต็มที่กับการเลี้ยงดูบ่มเพาะพระโอรสและพระธิดา จะส่งเสริมให้ทั้งสามพระองค์เป็นสินทรัพย์สำคัญของพระราชตระกูล เมื่อแต่ละพระองค์เจริญพระชนม์ขึ้นมาช่วยปฏิบัติพระราชกิจถวายแด่สมเด็จพระอัยกาเจ้า และพระบิดาในกาลข้างหน้า
ถ้าแต่ละพระองค์ดำเนินพระชนม์ชีพถูกต้องเหมาะสม กลายเป็นที่รักและภาคภูมิใจของสาธารณะชน ทั้งสามพระองค์จะทรงปฏิบัติพระราชกิจเพื่อประเทศชาติและคอมมอนเวลธ์ได้อย่างยอดเยี่ยมมหาศาล อีกทั้งจะสามารถทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพสกนิกรโดยแท้จริง
“ปรินซ์หลุยส์ทรงชาญฉลาดแหลมคมอย่างยิ่ง แม้บางคนจะบอกว่าปรินซ์ทรงแก่นแก้วหรือเกเรเกินไป แต่ผมมองว่าพระองค์ทรงเจ้าปัญญา มีไหวพริบและฉับไวทีเดียว ในภายภาคหน้าพระองค์จะเป็นสินทรัพย์อันทรงคุณค่ามหาศาลแน่ครับ” กูรูฮิวโก วิกเคอร์ส วิเคราะห์และทำนายไว้อย่างนั้น
ปรินซ์วิลเลียมและปรินเซสเคท ทรงมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะปกป้องปรินซ์หลุยส์จาก “ตำสาป ตัวสำรอง” แห่งพระราชตระกูล
การกล่อมเกลาเลี้ยงดูอย่างทุ่มเทและใส่ใจภายในพระครอบครัวเวลส์ เป็นอะไรที่ส่งอานิสงส์มหาศาลแก่การบ่มเพาะเหล่าเจ้าชายและเจ้าหญิง “เจนฯ อัลฟ่า” แห่งพระราชตระกูลวินด์เซอร์
ทั้งนี้ เสด็จพ่อวิลเลียมกับเสด็จแม่เคททรงเต็มที่กับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสุภาพจิตใจของพระโอรสและพระธิดา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสนทนาถ่ายทอดความเชื่อมั่นว่า น้องเป็นของขวัญที่พี่ได้รับ และพี่เป็นที่พึ่งและผู้พิทักษ์น้อง
ในวันที่ปรินซ์หลุยส์ประสูติ (23 เมษายน) นั้น อีก 10 วันต่อมาก็เป็นวันเบิร์ธเดย์ของปรินเซสชาร์ลอตต์ (2 พฤษภาคม) เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ทรงจัดให้ฉลองครบรอบการประสูติ 3 พรรษา พร้อมกับฉลองการอัพเลเวลปรินเซสชาร์ลอตต์ สู่ความเป็น “พี่เอื้อย” ไปในคราวเดียวกัน
พร้อมนี้ มีการแจกพระรูป “พระภคินี-พระอนุชา” ไปยังสื่อมวลชนทั้งปวง นิตยสารพีเพิลรายงานว่าเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ทรงมีพระลีลา พี่ใหญ่ บิ๊กซิสเตอร์ ผู้ปกป้องน้องชายอย่างเห็นได้ชัดเจน
8 ปีบริบูรณ์ผ่านไปไวเหมือนฝัน ปมที่เคยหวั่นๆ กันแบบกระซิบๆ ว่าปรินซ์หลุยส์จะทรงมองโลกแง่ร้ายแบบปรินซ์แฮร์รี ว่าทรงต้องเป็นตัวสำรองให้แก่พระเชษฐา หรือไม่นั้น พอจะเห็นวี่แววได้ว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น ดังเห็นได้ในสารพัดช็อตว่า ปรินซ์หลุยส์ทรงไว้วางพระทัยในปรินซ์จอร์จและปรินเซสชาร์ลอตต์ ประมาณว่า “ว่าไง ก็ว่าตามกัน”
ยิ่งกว่านั้น เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งพระครอบครัวสายเวลส์ทรงมีความสมาฉันท์ในระหว่างกันเป็นอย่างดี ไม่มีช็อตหลุด หรือการไฝว้โชว์สื่อเกิดขึ้นเลย
ในการนี้ คอสโมโพลิแทนรายงานว่าปรินซ์วิลเลียมและปรินเซสเคททรงมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะปกป้องปรินซ์หลุยส์จาก “คำสาป” แห่งตัวสำรองของพระราชวงศ์
แหล่งข่าวหลายสายเปิดเผยว่าพระบิดาวิลเลียมและพระมารดาเคททรงดูแลใกล้ชิดให้มั่นใจได้ว่า ปรินซ์หลุยส์ทรงรู้สึกว่ามีเสมอภาคเท่าเทียมกันเป็นปกติ ทั้งนี้ ทั้งสองพระองค์จะไม่ให้เกิดดรามาแบบที่ทำให้ปรินซ์แฮร์รีแตกหักจากปรินซ์วิลเลียมมาจนทุกวันนี้
“ทั้งสองพระองค์ทรงมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะหลีกเลี่ยงปมขัดแย้ง ‘รัชทายาทกับองค์สำรอง’ ซึ่งกลายเป็นปัญหาขึ้นมารุ่นแล้วรุ่นเล่า โดยจะทรงย้ำว่าพระเชษฐาจอร์จทรงเท่าเทียมกับพระกนิษฐาชาร์ลอตต์และพระอนุชาหลุยส์ ความแตกต่างมีเพียงแค่ว่าปรินซ์จอร์จทรงมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่มากกว่า ดังนั้น ปรินเซสชาร์ลอตต์ตลอดจนปรินซ์หลุยส์จะได้รับเท่าเทียมกับปรินซ์จอร์จทุกอย่าง” ฮิลารี ฟอร์ดวิช ผู้เชี่ยวชาญการพระราชวงศ์เปิดเผยไว้กับสถานีข่าวโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ และบอกด้วยว่า
“เรื่องนี้จะช่วยให้วางใจได้ว่าทั้งปรินเซสชาร์ลอตต์กับปรินซ์หลุยส์ทรงรู้สึกถึงความสำคัญและการเป็นคนวงในของพระราชตระกูล แทนที่จะเป็นเพียงตัวประกอบ หรือถูกมองข้าม”
ที่ผ่านมา ในเจเนอเรชันของคิงเอ๊ดเวิร์ดที่ 8 (1894-1972) กับคิงจอร์จที่ 6 (1895-1952) นั้น เมื่อสมัยที่ทั้งสองพระองค์ยังเป็นปรินซ์ ปรินซ์เอ๊ดเวิร์ดเป็นพระเชษฐาพระองค์โตที่สุดในเจเนอเรชัน 6 พระพี่น้อง ส่วนปรินซ์จอร์จทรงเป็นเจ้าชายลำดับถัดลงมา แต่พระอนุชาทรงเก่งกว่าพระเชษฐาในเรื่องต่างๆ และไม่สร้างปัญหาใดๆ ให้แก่พระราชบิดาและพระราชมารดา ขณะที่พระเชษฐาทรงเต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาว
ดังนั้น จึงมีเกร็ดประวัติศาสตรืที่เล่าสืบกันต่อๆ มาว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งเป็นพระธิดาของปรินซ์จอร์จ ได้รับทราบถึงความอึดอัดพระทัยอันมากมายของพระบิดาจอร์จ ซึ่งเป็น “ตัวสำรอง” ของปรินซ์เอ๊ดเวิร์ด/คิงเอ๊ดเวิร์ด อย่างยาวนาน จนกระทั่งเกิดวิกฤติที่ทำให้คิงเอ๊ดเวิร์ดที่ 8 ทรงตัดสินพระทัยสละราชสมบัติ ส่งผลให้ปรินซ์จอร์จ ได้เสด็จขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์
เมื่อมาถึงเจเนอเรชันแห่งปรินซ์ชาร์ลส์ (1949) กับปรินซ์แอนดรูว์ (1961) ปัญหาตัวสำรองทรงอยากเป็นคิงก็เกิดขึ้น โดยมีเกร็ดประวัติศาตร์ปรากฏมากมายว่า ปรินซ์แอนดรูว์ ทรงท้าทายพระเชษฐาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานมากกว่าที่ปรินซ์แอนดรูว์จะทรงยอมรับ
นอกจากนั้น ในเจเนอเรชันแห่งปรินซ์วิลเลียม (1981) กับปรินซ์แฮร์รี (1984) การไฝว้ในเรื่องตัวสำรองระเบิดออกมาเป็นหนังสืออื้อฉาวเรื่อง SPARE ตัวสำรอง ทั้งๆ ที่ปรินซ์แฮร์รีทรงเคยให้สัมภาษณ์หลายกรรมหลายวาระว่าพระองค์ไม่ปรารถนาจะรับภารกิจการเป็นพระมหากษัตริย์
“ปรินซ์และปรินเซสแห่งเวลส์ทรงประสบความสำเร็จในการปลดล็อกปัญหาตัวสำรอง โดยทรงฟูมฟักและเสริมสร้างบรรยากาศความเป็นครอบครัว เจ้าชายและเจ้าหญิงทุกพระองค์ต้องผลัดเวรกันทำงานบ้าน และในเวลาเดียวกัน พระบิดาวิลเลียมกับพระมารดาเคทก็ทรงทำหน้าที่เฉกเช่นคุณพ่อคุณแม่ทั่วไปที่ดูแลลูกๆ อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ พาไปส่งโรงเรียนและรับกลับพระตำหนัก ดูแลให้ทำการบ้าน ให้ทำงานบ้าน จนกระทั่งพาเข้านอน” กูรูฮิลารี ฟอร์ดวิช ฟันธงไว้อย่างนั้น
คอลัมน์ PLANET No.3
โดย รัศมี มีเรื่องเล่า
(ที่มา: เดอะมิร์เรอร์ สตาร์เดลี เดลิเมลออนไลน์ พีเพิล คอสโมโพลีแทน)