xs
xsm
sm
md
lg

ศาลประหารชีวิต "แอม ไซยาไนด์" วางยาฆ่าผู้กองหญิง แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตอีกคดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศาลอาญาพิพากษา ประหารชีวิต "แอม ไซยาไนด์" วางยาฆ่าผู้กองนุ้ย แต่ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต


วันนี้ ( 30 เม.ย.) ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีอ.526/25680ที่นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ วางยาฆ่า ร.ต.อ.หญิงกานดา โตไร่ หรือผู้กองนุ้ย อดีตสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

โดยเข่วงเข้าวันนี้จ้าหน้าที่ ราชทัณฑ์ เบิกตัว แอม ไซยาไนด์ มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง โดยไม่ใส่เครื่องพันธนาการ ศาล ใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 30 นาที

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่าจำเลยและผู้ตายรู้จักกันมาก่อนโดยผู้ตายเป็นข้าราชการตำรวจ โดยวันที่เกิดเหตุ คือ วันที่ 9 สิงหาคม 2565 ผู้ตาย และจำเลย ไปดูดวงที่อาศรมร่างทรงที่ จังหวัดสมุทรสาคร พยานที่เป็นร่างทรงให้การว่าระหว่างที่จำเลย และผู้ตายมาที่อาศรม ผู้ตายมาดูดวงเรื่องงาน และความรัก แต่จำเลย มีพฤติกรรมเดินไปเดินมา และจำเลย ได้เข้ามาพูดแทรกระหว่างที่ผู้ตายกำลังดูดวง เพื่อขอให้รีบกลับ ทำให้พยานสามารถจดจำผู้ตายและจำเลยได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมาดูดวงหลายครั้ง

ต่อมาพยานเห็นจำเลยและผู้ตายขึ้นรถยนต์ เพื่อเดินทางกลับโดยใช้รถยนต์ของผู้ตายขับออกจากอาศรมในเวลา 19.00 น. โดยพยานอีกรายซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายได้ให้การว่าผู้ตายได้ส่งข้อความมาผ่านแอพพลิเคชั่น LINE บอกว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อน ที่จ.นครปฐม จึงได้ มีการกำชับผู้ตายห้ามดื่มสุรา ต่อมาเวลา 22.00 น. ผู้ตายและเพื่อนผู้ตายได้วีดีโอคอลหากัน โดย ผู้ตายได้โชว์รูปภาพแก้วน้ำเปล่า เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ และแสดงภาพให้เห็นบรรยากาศโดยรอบที่ผู้ตายอยู่ โดยเพื่อนของผู้ตายได้ยินเสียงผู้หญิง และพบว่าผู้หญิงอยู่ตรงข้ามผู้ตาย โดยเพื่อนผู้ตายบอกว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวมีลักษณะ อ้วน ขาว ตัวเล็ก แต่ไม่ทันสังเกตว่าหญิงคนดังกล่าวเป็นใคร

จากนั้น เวลา 22.00 เศษ เพื่อนผู้ตายได้รับข้อความจากผู้ตายว่ากำลังเดินทางกลับ และผู้ตายยืนยันว่าไม่ได้ดื่ม แอลกอฮอล์ ซึ่งผู้ตายได้ขับรถยนต์ส่วนตัวเพื่อกลับจังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาในเวลา 23:00 น. พบว่าผู้ตายได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง พยานที่เป็นกู้ภัย พบว่าผู้ตายหมดสติอยู่ที่เบาะคนขับเครื่องยนต์ยังติดอยู่แต่เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปถึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว จากนั้นพยานที่เป็นแพทย์ชันสูตรพลิกศพ พบว่าผู้ตายเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนเลือดและการหายใจล้มเหลวแต่ในขณะนั้นไม่ได้ตรวจหาสารไซยาไนด์ เนื่องจากจะต้องเป็นการตรวจแบบเฉพาะเจาะจง

ทั้งนี้การชันสูตรศพผู้ตาย พบจุดจ้ำเลือดบริเวณปอดของผู้ตายเป็นสีดำประมาณ 10 ตำแหน่ง มีภาวะหมดสติเฉียบพลัน ผิวหนังผู้ตายเป็นสีชมพู ทางด้านผู้เชี่ยวชาญทางด้านเคมี ให้ความเห็นว่า ลักษณะดังกล่าวเกิดจากการได้รับสารพิษไซยาไนด์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายไม่มีโรคประจำตัวและเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง การที่จะเสียชีวิตโดยระบบไหลเวียนเลือดและการหายใจล้มเหลว เป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ตำรวจได้มีการสืบทราบว่าจำเลย เคยสั่งซื้อสารพิษไซยาไนด์จากแอพพลิเคชั่น LINE โดยจำเลยอ้างกับร้านว่าจะนำไปใช้ในงานวิจัย แต่ในชั้นพนักงานสอบสวนจำเลยอ้างว่าสั่งมาเพื่อให้กับผู้อื่นไปใช้ในการขัดสีรถ ข้อต่อสู้นี้จึงเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อถือ จึงเป็นเหตุเชื่อว่าจำเลยอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย และมีโอกาสใส่สารไซยาไนด์ลงไปในเครื่องดื่มหรืออาหารของผู้ตาย

และในส่วนที่จำเลยอ้างว่าวันดังกล่าววันที่เกิดเหตุไม่ได้พบผู้ตาย ไปรับบุตรทั้งสองคนที่โรงเรียนและกลับมาพักอาศัยอยู่ในบ้านกับบุตรที่บ้านในจังหวัดนครปฐมโดยมีอดีตสามีเก่าเป็นพยาน อย่างไรก็ตาม อดีตสามีของจำเลยถึงแม้จะเลิกรากันไปแล้วแต่ก็มีบุตรด้วยกัน เชื่อว่าที่ให้การดังกล่าวเพื่อต้องการช่วยจำเลย ดังนั้นจึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

รวมถึงฝั่งโจทก์ได้มีการฟ้องจำเลยในพฤติการณ์การใช้สารไซยาไนด์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ถึง 15 คดี โดยจะกระทำต่อผู้ที่มีความเกี่ยวข้องทางการเงินกับจำเลย วิธีการและรูปแบบดังกล่าวเชื่อมกันและคล้ายกัน ทำให้พยานหลักฐานน้ำหนักฝั่งโจทก์น่าเชื่อถือมากขึ้น

พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากพฤติการณ์ของจำเลยได้ตระเตรียมการและไตร่ตรองเอาไว้ก่อน ส่วนความผิดเพื่อหลีกเลี่ยงพ้นอาญาในความผิดอื่น หรือ ฐานฉ้อโกง ในทางนำสืบของโจทก์เพียงแค่ระบุว่าเล่นแชร์ด้วยกันเท่านั้นไม่มีเหตุผลรับฟังได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดดังกล่าว

ศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักสุดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษให้ประหารชีวิต แต่ในการนำสืบของจำเลยมีประโยชน์ ลดโทษให้1ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต0และให้นับโทษต่อจากคดีของศาลนี้ที่พิพากษาประหารขีวิต กับ จำคุกตลอดชีวิตแล้ว 2 คดี

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในห้องพิพากษาว่า นางสรารัตน์ ได้ใส่แว่นตาและใส่หน้ากากอนามัยสีชมพู มีสีหน้าเรียบเฉยตลอดการฟังคำพิพากษา

ก่อนหน้านี้ศาลอาญาได้พิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ ฐานฆ่าผู้อื่นฯมาแล้วรวม 4 คดี จาก 15 คดี เหลือ 11 คดี

คดีที่ 1 ศาลสั่งประหารชีวิต คดีวางยาฆ่าก้อย หรือ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์

คดีที่ 2 คดีวางยาฆ่าสารวัตรปู หรือ พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ แต่คำให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

คดีที่3 คดีวางยาฆ่าน.ส.นิตยา แก้วบุปผา วิศวกรสาว ที่.นครปฐม ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอว่าจำเลยครอบครองไซยาไนด์หรือประสงค์ต่อทรัพย์

ด้าน น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณรัตน์ หรือ ทนายพัช เปิดเผยภายหลังที่ศาลฯ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต "แอม ไซยาไนด์" ว่า ผลคำพิพากษาในวันนี้ก็เป็นไปตามที่ตนเองคาดไว้ และศาลก็มีความเมตตาที่ลดโทษจากประหารชีวิตคงเหลือจำคุกตลอดชีวิต ในคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากลูกความของตน ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนคดีฉ้อโกงที่พนักงานอัยการส่งฟ้องร่วมในสำนวนนี้ ศาลยกฟ้องข้อหานี้ เนื่องจากฝ่ายโจทก์ไม่สามารถสืบความ หรือยกพยานหลักฐานที่ชัดเจนได้ว่าจำเลยกระทำการฉ้อโกงทรัพย์สินใดๆจากผู้ตายไปได้ ซึ่งวันนี้คดีของ ร.ต.อ.หญิงกานดา เสียชีวิตในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 เป็นวันเดียวกันกับที่ แอม สั่งซื้อไซต์ยาไนด์มาและเริ่มครอบครองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งข้อสันนิษฐานคือหากคดีใดที่มีผู้เสียชีวิตก่อนวันที่ 9 สิงหาคม 2565 คาดไว้วางศาลน่าจะยกฟ้องบ้าง