ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังผลักดันแนวคิดการสร้างกรอบความร่วมมือเพื่อความมั่นคงทางทะเลที่เรียกว่า Maritime Freedom Construct (MFC) โดยร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อขอให้พันธมิตรระหว่างประเทศเข้าร่วมในการรักษาความปลอดภัย และเปิดเสรีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกับอิหร่าน
MFC เป็นแนวคิดที่จัดทำโดยรัฐบาลสหรัฐฯ และได้รับอนุมัติโดย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกองเรือร่วมระหว่างประเทศ คล้ายๆ กับ Combined Maritime Forces (CMF) เพื่อแบ่งเบาภาระของสหรัฐฯ ในการรับมือกับอิหร่านในพื้นที่
โทรเลขการทูตของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า "กรอบความร่วมมือ MFC ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างโครงสร้างความมั่นคงทางทะเลหลังความขัดแย้งสำหรับตะวันออกกลาง กรอบความร่วมมือนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว การปกป้องโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลที่สำคัญ และการรักษาไว้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ"
องค์ประกอบของ MFC ในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการทูตระหว่างประเทศคู่ค้าและอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือ ในขณะที่ส่วนประกอบของกระทรวงกลาโหมซึ่งปฏิบัติงานจากสำนักงานใหญ่ CENTCOM ในรัฐฟลอริดา จะประสานงานการจราจรทางทะเลแบบเรียลไทม์ และสื่อสารโดยตรงกับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบ
กลไกของ MFC จะประกอบด้วยทำหน้าที่แชร์ข้อมูลข่าวกรองทางทะเล ประสานงานกดดันทางการทูต และบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมเจรจาโครงการนิวเคลียร์
จากสถานการณ์ปัจจุบัน ทรัมป์ ประกาศจะคงมาตรการปิดล้อมทางเรือต่ออิหร่านต่อไป จนกว่าจะได้ข้อตกลง แม้จะมีรายงานว่าการปิดล้อมส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมและทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นก็ตาม
รัฐบาลอิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้การปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ ด้วย "ปฏิบัติการที่สร้างสรรค์และไม่เคยปรากฏมาก่อน"
ทั้งนี้ การจัดตั้ง MFC อาจเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน และการปิดล้อมอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานของจีน
กล่าวโดยสรุปก็คือ MFC จะเป็นยุทธศาสตร์ที่ ทรัมป์ ใช้ในการยกระดับจากการปิดล้อมโดยสหรัฐฯ ฝ่ายเดียว มาเป็นการปิดล้อมร่วมกันระหว่างประเทศ เพื่อบีบให้อิหร่านยอมจำนนในประเด็นนิวเคลียร์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ที่มา: รอยเตอร์, เอเจนซีส์